ได้กลับบ้านเลย ข้าจะให้เจ้าหยุดวันหนึ่ง และปล่อยให้เจ้ากลับบ้านไปพบท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าในวันพรุ่งนี้ เมื่อเจ้ากลับมา ข้าจะพิจารณาว่าจะให้เจ้ารับใช้อะไร”
“จริงหรือ!” หรงอวี้กล่าวด้วยความดีใจ
เมื่อได้เห็นร่างที่โตขึ้นของจักรพรรดินี ใบหน้าที่น่าหลงใหลที่ทำให้คนทั้งโลกหลงใหลนั้น เขาชอบมันจริงๆ ทำให้เขาแทบรอไม่ไหวที่จะพูดว่า เขาไม่จำเป็นต้องกลับบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นเพียงแค่คำพูดคำเดียวของนางก็ทำให้ร่างกายของเขาขยับและเกิดปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณแล้ว
“จริงสิ ด้วยเกียรติของจักรพรรดินีข้าให้คำมั่นสัญญา” เจียงหลีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“หรงอวี้ขอบพระทัยฝ่าบาท ถ้าเช่นนั้นหรงอวี้ขอทูลลาก่อน เพื่อที่จะได้ไม่รบกวนเวลาว่าราชการของฝ่าบาท” หรงอวี้รีบออกไป เขาไม่กล้าที่จะอยู่ต่อ เพราะเกรงกลัวว่าเจียงหลีจะรู้ว่าร่างกายของเขาผิดปกติ
“อืม ไปเถอะ” เจียงหลียิ้มและส่งเขาจากไป
เมื่อเขาเดินจากไปไกลแล้ว รอยยิ้มถึงค่อยๆ จางหายไปและความเย็นชาก็ปรากฏในดวงตาที่สดใสของเขา “เพียงแค่นี้ก็ยับยั้งไม่ได้แล้วงั้นรึ!”
“เขาไม่ได้อยู่เฉยๆ ในตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา แอบสืบเรื่องราวของฝ่าบาทรวมไปถึงนิสัยต่างๆ ของฝ่าบาทด้วย” อวี้ซูพูดอย่างระวัง
เจียงหลียิ้มอย่างเฉยเมย “สิ่งที่เขาสามารถสืบได้นั้น เป็นเพียงแค่สิ่งที่เราต้องการให้เขารู้เท่านั้น”
“ฝ่าบาทปล่อยเขากลับไปคราวนี้ ไม่แน่ตระกูลหรงคงจะเริ่มหารือกันว่าจะจัดการกับฝ่าบาทได้อย่า