ลู่เจี้ยมาแล้ว และก็ไปแล้ว
นอกจากเจียงหลี ก็ไม่มีใครรู้
อวี้ซูรู้เพียงว่า ในตอนที่นางมารับใช้ในวันรุ่งขึ้น จักรพรรดินียิ้มสดใสมากเป็นพิเศษ ความห่อเหี่ยวก่อนหน้าก็หายไป
“ฝ่าบาท มีเรื่องที่น่าดีใจอะไรเกิดขึ้นหรือ” ในตอนที่แต่งตัวให้เจียงหลี อวี้ซูอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้
เจียงหลียิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว “ได้เจอกับคนที่อยากเจอ ถือเป็นเรื่องน่าดีใจได้ไหม”
“คนที่อยากเจอหรือ” อวี้ซูยิ่งอยากรู้มากขึ้น
นางอยู่ข้างๆ คอยรับใช้เจียงหลีทุกวัน ทำไมถึงไม่รู้ว่าคนที่นางอยากเจอคือใคร นอกเสียจาก…อวี้ซูตกใจ แววตาเผยความประหลาดใจออกมา
นางมองเจียงหลี ท่าทางที่เบิกบานใจนั้น กลับทำให้นางเป็นห่วง ฝ่าบาทผิดปกติรึเปล่า หรือเป็นเพราะเมื่อคืนฝันถึงนายน้อย
อวี้ซูกัดริมฝีปากล่างเบาๆ แววตาปิดบังความเป็นกังวลใจ
นางกลัวว่าถ้าเจียงหลีเป็นแบบนี้ต่อไป จะแยกไม่ออกระหว่างเรื่องจริงและเรื่องไม่จริง
“ฝ่าบาท วันนี้เป็นวันหาหนุ่มรูปงามเข้าวังกลุ่มแรก” คิดไปคิดมา อวี้ซูพูดเตือน ทันใดนั้น นางก็คิดว่าถ้าหากหนุ่มรูปงามเหล่านั้นสามารถเอาใจของฝ่าบาทจากนายน้อยที่ตายไปแล้วได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
“อืม เกือบจะลืมเรื่องไปแล้ว” เจียงหลีนึกออกทันที คำพูดที่เอามายั่วยุลู่เจี้ยเมื่อคืน วันนี้ก็จะเป็นจริงแล้ว
ปล่อยให้ผู้ชายเข้ามาตำหนักในหรือ ต่อให้ลู่เจี้ยยอม นางก็ไม่มีทางตอบรับ!
สิ่งที่ทำก่อนหน้า เดิมเพราะอยากยั่วโมโหเขา ขู่เขา แ