หรับข้าแล้ว ที่นี่จึงเป็นสถานที่เดียวที่จะแสดงความเสียใจอันสุดซึ้งได้เหมาะสมที่สุด”
หลังจากฟังเขาพูดจบ เจียงหลีจึงยิ้มตอบพอเป็นพิธี “หากเป็นเช่นนี้ ข้าขอตัวก่อน ไม่รบกวนการแสดงความเสียใจของคุณชายจิ่ง”
หลังจากพูดจบ นางก็วางแผนที่จะเดินจากไป
แน่นอนว่าเมื่อนางกำลังจะเดินจากไป หรงจิ่งก็หันหน้ากลับมาและรั้งนางไว้ “องค์หญิงอยู่ต่อจะได้หรือไม่”
เจียงหลีหยุดและหันกลับไปมองเขา
“หากองค์หญิงไม่รังเกียจ ท่านสามารถร่วมแสดงความเสียใจกับหรงจิ่งได้หรือไม่” หรงจิ่งร้องขอ
เจียงหลีหรี่ตาถาม “ท่านจะแสดงความเสียใจอย่างไร”
หรงจิ่งยิ้มเบาๆ “คนได้จากไปแล้ว คนที่มีชีวิตจะทำมากเพียงใด ผู้ตายก็มิอาจรับรู้ได้ หรงจิ่งเพียง อยากอาศัยช่วงเวลาที่นายน้อยลู่ยังมิได้จากไปไกล ดื่มกับเขาอีกสักสองสามแก้ว”
มีความหมายแฝงอยู่ในคำพูดของหรงจิ่งดวงตาของเจียงหลีจึงขยับเล็กน้อย
“หากองค์หญิงมิได้มีงานรีบเร่งอะไร จะดื่มเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่” หรงจิ่งเอ่ยชวน
แววตาของเจียงหลีเป็นประกายและเดินเข้าไปหาเขา “ได้”
เมื่อได้ยินคำตอบของนาง ดวงตาของหรงจิ่งก็เต็มไปด้วยความสุข เขาและเจียงหลีเดินไปที่ศาลาในลานกว้างและนั่งลง จากนั้นนางกำนัลก็รีบยกและจัดวางอาหารกับสุรามาทันที
มีแก้วเหล้าสามใบวางอยู่บนโต๊ะ เจียงหลีและหรงจิ่งรู้ดีว่าอีกแก้วเป็นของใคร
ดวงตาของเขากวาดไปที่แก้วอันว่างเปล่าอย่างเงียบๆ ขณะที่เจียงหลีก็มิได้พูดอะไร
หรงจิ่งสังเกตเห็นอา