“ลู่เจี้ยเจ้าต้องการให้ข้าเสียใจปางตายอย่างนั้นหรือ” เจียงหลีเกือบใจสลายเพราะคำพูดของเขา
นางจับไปที่แก้มของเขาและมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้ม แล้วจูบประทับด้วยริมฝีปากของตน ซึ่งริมฝีปากของเขาเย็นเยือกและไม่มีความรู้สึกใดๆ แต่กลับทำให้นางอาลัยอาวรณ์ไม่อยากเดินจากไป
ครั้งนี้เขาไม่ได้ขัดขืน แต่ตอบสนองอย่างเงียบๆ ลิ้มรสความงามของนาง
หลังจากนั้น กลับปรากฏร่องรอยแห่งความเจ็บปวดในดวงตาสีเขียวครามที่เยือกเย็น ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขากำลังหายไปช้าๆ ประสาทตาเริ่มพร่ามัว ประสาทสัมผัสเริ่มช้าลง ประสาทรับรสใช้ไม่ได้อีกต่อไป ประสาทรับกลิ่น….เหลือเพียงประสาทการได้ยินเท่านั้นที่ยังคงทำงานและสามารถได้ยินเสียงของเจียงหลี
จูบสุดท้ายของชีวิต ไม่ว่าจะอาลัยอาวรณ์แค่ไหน ก็ต้องจบลง
แต่เจียงหลีกลับไม่รู้ว่าขณะที่นางขยับตัวออกจากลู่เจี้ยนั้น โลกของเขาได้กลายเป็นความมืดมิด
เขาอยากจะมองหน้านางอีกสักครู่ ก็ทำไม่ได้แล้วหรือ
นี่คือการลงโทษเขาหรือ ลงโทษเขาที่จัดการทุกอย่างโดยมิได้ถามถึงความต้องการก่อน!
ลู่เจี้ยกลืนความขมขื่นในใจและยังคงปล่อยให้เจียงหลีซบอกตนอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้นางสังเกตเห็นสิ่งที่ผิดปกติไป และไม่ควรทำให้นางต้องเสียใจอีก
ยังดี ยังดีที่อย่างน้อยเขาก็ยังได้ยินเสียงของนาง
“ลู่เจี้ย เจ้าไปเถิด” เจียงหลีซบอกเขาและน้ำตาไหลรินอย่างเงียบๆ นางพูดประโยคนี้เป็นครั้งที่สองของวันนี้แล้ว