้างของเจียงหลี
พวกเขาทั้งสองคนที่ยืนอยู่นอกลานบ้านมองหน้ากัน และมุ่งตรงไปที่ลานกว้างพร้อมกัน พวกเขาอาจเป็นลูกศิษย์เพียงสองคนของสถาบันนี้ทั้งหมดที่สามารถเข้าใกล้เจียงหลีภายใต้การเฝ้าระวังของฝ่ายยุติธรรมได้
ทั้งสองรีบตรงไปที่ประตูซึ่งเปิดอยู่ แต่พวกเขาถูกกันไม่ให้เข้าไป
ขณะนี้ เจียงหลียืนอยู่ด้านใน โดยเอามือไขว้หลังและใบหน้าอันงดงามเต็มไปด้วยความเย็นชา
“อาหลี!”
“ซ้อออ!”
เจียงเฮ่าและลู่เสวียนหยุดอยู่ที่ประตู
สายตาของเจียงหลีกวาดไปทั่วใบหน้าของทั้งสองคน และแสดงสีหน้าสงบนิ่ง “ช่วยเรียกเฟิงสิงอวิ๋นมาหาข้าที”
ดวงตาของเจียงเฮ่าเป็นประกายและพูดอย่างตื่นเต้น “อาหลี เจ้า…”
เจียงหลีพยักหน้าและมองไปที่ลู่เสวียน
ลู่เสวียนเข้าใจและรีบหันหลังวิ่งออกไปทันที เขากำลังจะไปหาเฟิงสิงอวิ๋นและบอกกับเขาว่าพี่สะใภ้ของเขาสามารถประสานวิญญาณยุทธ์ขั้นที่สามได้แล้ว
“อาหลี” หลังจากลู่เสวียนเดินออกไป เจียงเฮ่าก็มองไปที่น้องสาวด้วยสีหน้าสับสน
เดิมทีนางเป็นหญิงสาวที่อายุไม่มาก แต่หลังจากประสบกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย นางก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
“พี่ใหญ่” เจียงหลีตะโกนเรียกด้วยรอยยิ้ม
นางนิ่งกว่าสี่เดือนก่อนมาก
เจียงหลีเค้นรอยยิ้มอันขมขื่นออกมา ไม่รู้จะพูดอะไรดี จนสุดท้ายพูดเพียงว่า “ลำบากพี่แล้ว”
เจียงหลีส่ายศีรษะเบาๆ และถามว่า “มีข่าวจากอาณาจักรจยาเซียนหรือไม่ ลู่เจี้ย…ยังมีชีวิตอยู่ไหม”
เมื่อได้ยินว่านางยังคงห่วง