เฟิงสิงอวิ๋นเดินจากไปและยังคงหล่อเหลาไม่สร่าง
คนในเป่ยย่วนไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกับเจียงหลี อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาจากไปในคืนนั้นเจียงหลีก็นิ่งสงบลง
บางคนอยากรู้อยากเห็นและอยากขยับเข้าไปดูใกล้ๆ
พบว่านอกลานบ้านของนางกลับมีฝ่ายยุติธรรมผลัดกันเฝ้าเวรยามและไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้
ปรากฏการณ์แปลกประหลาดดังกล่าวก่อให้เกิดข้อถกเถียงรุนแรงในสถาบันไป๋หยวนอยู่พักหนึ่ง
ณ หนานย่วน ภายในห้องพักของเฉียนจวิ้น
ชายคนหนึ่งโค้งคำนับและรายงานต่อเข้า “องค์ชายรอง เมื่อพวกเราเริ่มเข้าใกล้บ้านพักของเจียงหลี ก็ถูกฝ่ายยุติธรรมพบเข้าและไล่กลับทันที ท่านหัวหน้าเจียงซย่าถึงกับออกคำสั่ง ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้าใกล้เจียงหลีในระยะน้อยกว่าสามจั้ง จะถูกลงโทษโบยหนึ่งร้อยทีโดยฝ่ายยุติธรรม บัดนี้ ที่พักของนางกลายเป็นสถานที่ต้องห้ามของสถาบันไปแล้ว
เฉียนจวิ้นฟังรายงานด้วยสีหน้าเศร้าหมองและโมโหนจนปัดถ้วยน้ำชาลงกับพื้น
น้ำชาที่กระเซ็นไปทั่วสารทิศ สาดใส่มุมเสื้อผ้าของชายคนนั้นเป็นจำนวนมาก แต่เขาก็มิบังอาจส่งเสียงและได้แต่ก้มศีรษะให้ต่ำลง
“เจียงหลีคนเดียวสำคัญกับสถาบันมากถึงเพียงนี้เชียวรึ!” เฉียนจวิ้นพูดด้วยความโมโห
เดือนที่แล้ว ในงานเลี้ยงราชสำนักเขารู้สึกอับอายมากและยังไม่ทันได้แก้แค้นเจียงหลี นางกลับได้รับคุ้มครองจากสถาบันไปเสียแล้ว
มันทำให้ไฟในใจของเขาไม่มีทางปลดปล่อยออกไปได้
ซึ่งแม้แต่ความก้าวหน้าของการฝึกฝนก็ได้รับผลกระท