เล็กน้อยและไม่ได้พูดต่อ
สุดท้ายแล้ว เขาก็ก้าวเท้าออกไป และเดินทีละก้าวจนพ้นสายตาของเจียงหลีหลีเอ๋อร์ ปล่อยให้ข้าเห็นแก่ตัวอีกครั้งเถิด ร่างกายของข้าเริ่มแตกสลายแล้ว ข้าไม่อยากให้เจ้ามาเฝ้าข้า และมองดูข้าล้มลงและตายไปในที่สุด ปล่อยให้ร่างข้าตอนนี้ได้อยู่ในใจของเจ้าเถิด หลีเอ๋อร์ เจ้าต้องมีความสุข การจากลาครั้งนี้ อาจต้องรอถึงชาติหน้าถึงจะได้พบกันใหม่ ข้าเชื่อมั่นว่าชาติหน้ามีจริง เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะต้องอยู่เคียงข้างเจ้าไม่ไปไหนชั่วชีวิต
ในที่สุดเงาของลู่เจี้ย ก็ได้หายไปจากสายตาของเจียงหลี
นางจ้องมองไปทางที่เขาเดินจากไปอย่างสุขุมและตะโกนว่า “ลู่เจี้ยยย!” ความเสียใจในใจของนาง ทำให้น้ำตารินไหลออกมาจากดวงตาอันสดใสและไหลหยดลงตามมุมตาและแก้มของนางอย่างเงียบๆ
นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอหน้ากันในชาตินี้
“ข้ามีเรื่องจะพูดมากมายที่ยังไม่ทันได้บอกท่าน ทำไมท่านถึงใจร้ายกับข้าได้ถึงเพียงนี้” เจียงหลีพึมพำหัวใจของนางเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
…
ลู่เจี้ยจากไปโดยมิได้พักค้าง
เขากลัว กลัวว่าหากตนยิ่งอยู่นาน ก็จะเสียใจในภายหลัง และจะพาเจียงหลีกลับไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดเลย
ก่อนที่จะจากไป เสียงกรีดร้องเหมือนใจจะขาดของเจียงหลี ทำให้หัวใจของเขาแตกสลายเช่นเดียวกันทำให้เขาแทบจะต้องอาศัยการหนี ถึงจะเดินออกจากสถาบันไป๋หยวนได้
รถม้าขับแล่นออกจากเมืองอู๋อิ๋นอย่างเงียบๆ และยิ่งข