โจวยวนกำลังยิ้มและรอยยิ้มนั้นช่างแสนเย็นชาและโหดเหี้ยม
ลู่เสวียนเกิดความสับสน เขามิสามารถเชื่อมโยงโจวยวนในตอนนี้กับหญิงสาวไร้เดียงสาตรงไปตรงมาเฉกเช่นเมื่อก่อนคนนั้นเข้าด้วยกันได้
ตึง!
เจียงเฮ่ายื่นมือเข้าขัดขวางการโจมตีของยอดฝีมือผู้นั้นเพื่อป้องกันลู่เสวียนให้พ้นจากคมดาบ ในขณะเดียวกันเขาก็ตะโกนเรียกลู่เสวียนดังลั่น “ลู่เสวียน ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดฟุ้งซ่าน”
นัยน์ตาของลู่เสวียนวูบไหว แววตาสับสนกลับมารวมกันอีกครั้ง เขามองไปยังโจวยวนเคร่งขรึมแล้วเข่นเขี้ยวเปิดฉากจู่โจม
หากผู้เข้าร่วมทดสอบตกรอบ ผู้ช่วยคู่ต่อสู้ก็ต้องตกรอบด้วยเช่นกัน
ต่อสู้กับองครักษ์ยอดฝีมือแห่งวังหลวงซีเฉียนบนหน้าผาที่คล้องโซ่ตรวนเช่นนี้ช่างไม่ฉลาดเอาเสียเลย และวิธีเอาชนะผู้ต่อสู้ที่เร็วที่สุดคือการเอาชนะผู้ทดสอบอย่างโจวยวน
สายตาจับอยู่ที่ลู่เสวียนที่พุ่งเป้าหมายมายังตนเอง โจวยวนแย้มยิ้ม รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความเวทนา เกลียดชังรุนแรงและเย้ยหยัน
ราวกับว่านางกำลังโทษตัวเองที่ตาบอดเคยตกหลุมรักศัตรูที่ฆ่ามารดาของตน
“ลู่เสวียน ข้าจะถ่วงเขาเอาไว้เอง เจ้ารีบจัดการโจวยวนซะ” ในระหว่างการต่อสู้ เจียงเฮ่าได้หันไปด้านหน้าของลู่เสวียนแล้วรับมือกับคนผู้นั้น
ในขณะที่กำลังพูดอยู่ เขาก็ได้ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมาเพื่อถ่วงองครักษ์ยอดฝีมืออย่างสุดกำลัง