“ใคร ใครช่างเหิมเกริมนัก กล้าชังชิงเกอของพวกเรา ข้าคนแรกที่จะไม่ไว้ชีวิตมัน!” เจียงหลีกล่าวด้วยสีหน้าประจบ
ท่าทีไร้ยางอายของนางเช่นนี้ ทำให้มู่ชิงเกอหมดคำพูด
ยิ่งเดินเข้าไปด้านใน ความร้อนระอุก็ยิ่งทวีคูณ เจียงหลีคิดว่า หากไม่มีมู่ชิงเกอคอยลดอุณหภูมิให้นางอยู่เป็นพักๆ แล้ว นางยังเดินไม่ถึงสถานที่ทำภารกิจก็คงละลายไปก่อนแล้ว
เฮ้อ ความรู้สึกว่าเป็นไก่อ่อนนั้นไม่ดีงามเลยจริงๆ! จักรพรรดินีบางคนบ่นอุบอิบอยู่ในใจ
“เจียงหลี ดูนั่น” ทันใดนั้น มู่ชิงเกอก็หยุดเดินแล้วยกมือขึ้นชี้ไปทางที่แห่งหนึ่ง
เจียงหลีมองไป ก็ชะงักไป แล้วก็ตะโกนเสียงหลง “ปากถ้ำ!” ที่นี่เป็นทะเลทรายแห้งแล้ง มีเพียงปากถ้ำปรากฏอยู่ตรงนี้ “ไป ไปดูกัน”
ทั้งสองไม่ลังเล เดินไปยังปากถ้ำนั่นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเดินถึงปากถ้ำ คลื่นความร้อนลูกหนึ่งก็ปะทะเข้ามา อากาศแห่งเปลวเพลิงนั้น เหมือนดั่งกลายร่างเป็นกะโหลกของสัตว์ร้าย คำรามใส่คนทั้งสอง อ้าปากกว้างจะกลืนกินทั้งสองลงไป
มู่ชิงเกอขวางอยู่ข้างหน้าเจียงหลี โบกแขนเสื้อ กรอกลมเย็นสบายเข้าปากถ้ำ สลายอากาศแห่งเปลวเพลิงที่จับตัวกันเป็นหัวสัตว์นั้นไป
“ชิงเกอ เจ้าเยี่ยมมาก!” เจียงหลีกระพริบตาให้มู่ชิงเกอ
มู่ชิงเกอจนใจจึงยิ้มออกมา ก้าวเท้ามุดเข้าไปในถ้ำ เจียงหลีตามติดนางเข้าไป เมื่อเข้าไปในถ้ำ ตรงหน้านางก็เต็มไปด้วยสีแดงทั้งผืน
“หินหนืด!” นางตะโกนออกมา