แต่ทว่า ภายในห้องโถงด้านใน คำตอบของลู่เจี้ยนั้นก็หนักแน่นดังเดิม “ท่านปู่ได้โปรดยกโทษให้หลานชายที่อกตัญญูด้วย”
ลู่วั่งชวนเงยหน้าขึ้นและถอนหายใจ แล้วเดินจากไปอย่างจนปัญญา
ขณะนี้ ภายในห้องโถงด้านในนั้นร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ เตาให้ความร้อนในเรือนลุกไหม้ที่มุมทั้งสี่ของห้องโถง
แม้จะยังไม่ถึงช่วงฤดูหนาว แต่ลู่เจี้ยได้จัดเตรียมของใช้สำหรับป้องกันความหนาวเย็นไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งแม้แต่ตาข่ายกั้นลมก็ถูกแทนที่ด้วยผ้าสำลีแบบหนา
การปิดกั้นลมในฤดูใบไม้ร่วงนี้ กลับทำให้แสงสว่างในห้องโถงมืดสนิทลงไปมาก
ห้องโถงด้านในไม่มีคนนอก มีเพียงลู่เจี้ยที่สวมเสื้อคลุม เผยผิวซีดขาวและราศีอันอ่อนแอ นอกจากนั้นก็ยังมีคนถือถ้วยยา ซึ่งใบหน้าธรรมดาๆ นั้นเต็มไปด้วยความเศร้าโศกของเงารวมอยู่ด้วย
“นายน้อย สู้ไปรับองค์หญิงเสวียนเทียนกลับมาจะดีกว่าหรือไม่” เงาทนไม่ได้ที่เห็นลู่เจี้ยฝืนกลั้นความคิดของตัวเองไว้
ลู่เจี้ยส่ายศีรษะอย่างช้าๆ “อย่าไปรบกวนนาง”
“นั่น…จดหมายจากองค์หญิงเสวียนเทียน…” เงาเตือนสติอีกครั้ง
ลู่เจี้ยนิ่งเงียบ
ครึ่งเดือนก่อน เจียงหลีส่งจดหมายมาหนึ่งฉบับ
จดหมายระบุไว้ว่าไม่เกินสามเดือนจากนี้จะเป็นช่วงการสอบประจำปีของสถาบันไป๋หยวนซีเฉียน และการสอบครั้งนี้อนุญาตให้ญาติและเพื่อนฝูงมาสังเกตการณ์ได้ รวมถึงสามารถจัดกลุ่มและทำภารกิจของการสอบครั้งนี้ร่วมกันได้อีกด้วย