แค่นางเปิดปาก ผู้หญิงที่เหลือก็หุบปากอย่างไม่ได้นัดหมาย ถอยออกไปสองฝั่งอย่างเงียบๆ ดูแล้วนางคงมีอำนาจมากในโฮ่วกง ทำให้ผู้หญิงในโฮ่วกงกลัว
ลู่เจี้ยเงยหน้ามองฉุนกุ้ยเฟยที่งดงามและยังเยาว์วัยคนนี้ ในแววตาไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย
หญิงสาวที่งดงามเช่นนี้ ในสายตาเขาก็เหมือนกับโครงกระดูกสีชมพู
เจียงหลีก็มองฉุนกุ้ยเฟยเช่นกัน เพียงแต่สายตากลับเย็นชามาก ลึกๆ ในแววตามีจิตสังหาร
“นายน้อยลู่ ท่านยังจำข้าได้ไหม” ฉุนกุ้ยเฟยเดินมาตรงหน้าลู่เจี้ย กายเหมือนต้นหลิวที่พลิ้วไหว ใบหน้าเหมือนดอกท้อ แววตามีความเขินอาย แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจในตัวเองอย่างมาก
นางมั่นใจในความงามของตัวเอง มีความมั่นใจในความเชี่ยวชาญความชอบต้องการชองผู้ชาย ยิ่งไปกว่านั้นชายที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ นางรู้สึกชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอในงานเลี้ยงของพระราชวัง
เจียงหลีเลิกคิ้ว หันไปมองลู่เจี้ย รอคำตอบของเขา
แต่ทว่าสีหน้าของลู่เจี้ยกลับนิ่ง ในสายตาเหมือนกับไม่มีฉุนกุ้ยเฟยอยู่ตรงนี้ เพียงแต่พูดอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อเป็นผู้หญิงของมู่เจิ้งเฟิง เช่นนั้นก็ส่งไปอยู่เป็นเพื่อนเขาเถอะ”
พูดจบ เขาหันตัวและจูงมือเล็กๆ ของเจียงหลี รีบเดินออกไปด้านนอก
ฉุนกุ้ยเฟยอึ้งไป หลังจากที่มีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อความหมายในคำพูดของเขา ใบหน้าที่ปั้นไว้อย่างงดงามเริ่มบิดเบี้ยว “ไม่ ข้าไม่อยากตาย นายน้อยลู่”