เปลวไฟแห่งการปฏิวัติเริ่มลุกไหม้จากเป่ยฝาง ลุกลามไปถึงเขตการป้องกันทั้งสี่ทิศของโฮ่วจิ้น
จนมาถึงตอนนี้ มู่เจิ้งเฟิงที่นั่งอยู่บนที่นั่งพิเศษเพิ่งจะมีท่าทีโต้ตอบ เดิมเขาคิดว่านายทหารชั้นสูงที่ป้องกันพรมแดนจะจงรักภักดีต่อเขา ตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่ข้างตระกูลลู่อย่างไม่รู้สึกรู้สา
“ตระกูลลู่! เจ้ามีความทะเยอทะยานสูงมากจริงๆ เสียด้วย!” ในพระราชวัง มู่เจิ้งเฟิงที่ได้ข่าวการก่อกบฏจากทั้งสี่ทิศ โกรธมากจนเป็นลมไป
เป็นอย่างที่หรงจิ่งพูดไว้ เมื่อลมมา ท้องฟ้าของราชวงศ์โฮ่วจิ้นเปลี่ยนไป
เป็นเพราะการกระทำของมู่เจิ้งเฟิง อะไรที่ต้องเกิดขึ้นในราชวงศ์โฮ่วจิ้นก็ต้องเกิด หลีกหนีไม่พ้นแล้ว
จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าศัตรูจริงๆ ของเขาคือใคร! เขาคิดว่าฆ่าลู่ซิ่งเฉาแล้ว ก็เท่ากับกำจัดตระกูลลู่ได้แล้ว แต่กลับไม่รู้มาก่อนเลยว่าคนที่ล้อมหมากของเขาไว้ ไม่ใช่ลู่ซิ่งเฉามาตั้งแต่ไหนแต่ไร!
มู่เจิ้งเฟิงไม่รู้ คนในใต้หล้าก็ไม่รู้เหมือนกัน
มีเพียงองค์ชายจิ่งผู้ไม่เป็นสองรองใครเท่านั้น ดวงตาใสแจ๋วคู่นั้นมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง
“นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนุก หรงจิ่งเตรียมเหล้าอย่างดีเพื่อรอชม อาเฉวียน ไปบอกนายท่าน ตระกูลหรงก็เอาด้วย แต่ไปยึดหน้าที่หลักไม่ได้” หรงจิ่งนั่งอยู่ในจวนที่โดดเดี่ยวของตัวเองอย่างอารมณ์ดีสุดๆ ดื่มเหล้าชมวิว ท่าทีที่สง่าผ่าเผยและสบายอกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก