เฮ่อเหลียนเฟิงกัดฟัน ก้มหน้า คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น พูดกับลู่เจี้ยว่า “กษัตริย์ไม่มีเมตตา คนทั้งใต้หล้าต้องประณาม เฮ่อเหลียนเฟิงยอมออกจากโลกมืดเข้าสู่โลกสว่าง ติดตามตระกูลลู่ เชื่อฟังคำสั่งของนายน้อย โค่นล้มโฮ่วจิ้นที่โหดเหี้ยมอำมหิต!”
ลู่เจี้ยยิ้มเล็กน้อย “ผู้รู้สถานการณ์เป็นผู้ที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ ท่านเจ้าเมืองเฮ่อเหลียน อีกไม่นาน ท่านก็จะภูมิใจกับการเลือกของท่านในวันนี้”
เฮ่อเหลียนเฟิงกล้ำกลืนความขมขื่นในใจ ไม่รู้ว่าจะพูดตอบอย่างไร
ตระกูลลู่สามารถล้มเจ้าเมืองซูหนานได้อย่างง่ายดายโดยไม่สูญเสียพลทหารหรือม้ารบใดๆ และทำให้คนรู้ว่าการยึดอำนาจหลายปีมานี้ของตระกูลลู่ ไม่ใช่ว่าราชสำนักบอกให้จัดการก็จะสามารถจัดการได้
เมื่อได้ยินว่าข่าวคราว เฮ่อเหลียนเฟิงเป็นคนส่งสาส์นกราบทูลกลับไปที่ซั่งตู
สาส์นกราบทูลนั้น เหมือนกับเขียนใบรับรองให้ตระกูลลู่อย่างไรอย่างนั้น ทำให้มู่เจิ้งเฟิงโกรธจนกระอักเลือด
กระทั่งไม่สนการก่อกบฏจากทั้งสี่ทิศ จะรวมกำลังทหารเพื่อต่อต้านกบฏ เคลื่อนทัพตรงไปยังเขตซูหนานเพื่อเปิดศึกประจันหน้ากับตระกูลลู่เลย
……
ณ ราชสำนักซั่งตู บรรยากาศอึมครึมโกลาหลไปหมด
เมื่อมีคนนำ เสียงของการต่อต้านจากทุกที่ก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แล้วก็คหบดี ต่างค่อยๆ โผล่ออกมาทีละคน
แต่ว่า ตระกูลลู่ที่สั่งทหารด้วยเหตุด้วยผลที่สุด หลังจากควบคุมเขตซูหนานได้ ทันใดนั้นก็เงียบไป