เรือนของตระกูลลู่ได้ขับไล่เหล่าคนรับใช้ของเขาออกไปอย่างลับๆ พวกเขารู้ แต่คาดไม่ถึงว่าจะจัดการขับไล่จนหมด เพราะไม่เหลือไว้ให้พวกเขาแม้สักคนเดียวเยี่ยงนี้
เมื่อได้ฟังเช่นนี้ สีหน้าของมู่เจิ้งเฟิงก็มืดมนมากขึ้น “ไร้ประโยชน์!ไร้ประโยชน์สิ้นดี!” เขาที่เต็มด้วยความโกรธ จึงกวาดกองหนังสือพับบนโต๊ะลงกับพื้น
คนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
มู่เจิ้งเฟิงคงไม่คาดคิดมาก่อน ว่าคราวนี้เขาจะชนะอย่างสวยงาม และเมื่อมาถึงตอนท้าย กลับถูกโต้ตอบกลับอีกครั้ง
รู้สึกไม่สาแก่ใจ เขาหัวเราะอย่างเย็นชา แล้วบัญชาว่า “ตามโองการของข้า ให้แขวนศพของลู่ซิ่งเฉาและภรรยาของเขาที่อู่เหมิน ให้ตากแดดเป็นเวลาสามวัน ส่วนศพของข้ารับใช้ที่ดื้อรั้นของเขา ก็ให้เป็นอาหารของพวกหมาป่าซะ”
ขุนนางที่ลานประหารและนายพลที่รื้อค้นบ้าน ต่างมองไปที่ฮ่องเต้ของพวกเขาด้วยความตกใจ
กล่าวกันว่าคนตายก็เหมือนไฟตะเกียงที่ดับ ขณะที่ยังมีชีวิตไม่ว่าจะมีความไม่พอใจหรือความคับแค้นใจอะไรก็ตาม เมื่อคนตายไปแล้ว ก็ควรปล่อยวาง แต่ไม่คาดคิดว่า ฮ่องเต้ของพวกเขาจะรับสั่งทำเช่นนี้ได้จริง
“องค์ชายอยู่ที่ใด” มู่เจิ้งเฟิงไม่สนใจในสิ่งที่พวกเขาคิด และตะโกนถามขันทีที่อยู่นอกประตู
ไม่นานนัก ก็มีคนไปตามองค์ชายแห่งราชวงศ์โฮ่วจิ้นเข้ามา
โดยไม่ให้มู่เจิ้งเฟิงต้องรอนาน องค์ชายที่ถูกเรียกตัว ก็มาถึงด้านนอกวังแล้ว