“สังหารกองทัพต้าฉินนับหมื่นด้วยตัวคนเดียวทั้งหมดนี้ก็เพื่อนางเจ้าไม่ซ่อนมันต่อแล้วหรือ เนี่ยนซือ… เนี่ยงจง ลู่เจี้ยเอ๋ยลู่เจี้ย เจ้าเก็บซ่อนได้ดีมาก”
ภูเขาในระยะไกลข้างๆ รถม้านั้นมีร่างที่ชัดเจนยืนอยู่มองไปที่แอ่งทรายสีเหลืองเหมือนทะเลเพลิง
สายตาของเขาไม่ได้รู้สึกอะไรต่อการตายที่น่าเศร้า แต่ที่เขามองไปยังคนคู่หนึ่งที่ยืนกอดกันท่ามกลางทะเลทรายเพลิง
“ในโลกที่สับสนวุ่นวาย ความจริงใจนั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามาก เจ้าว่าไหมอาเฉวียน” หรงจิ่งพูดด้วยเสียงที่ว่างเปล่า เอื้อนเอ่ยถามออกไป
บ่าวที่ถูกเขาถามแอบกลัวในใจไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไร
เขาเดาใจคุณชายไม่ออก
“นางทำเพื่อเขา ยินดีที่จะเป็นศัตรูของโลกที่หลอกลวงเขา และเขาก็ทำเพื่อนางโดยการเลิกซ่อนงำในสิ่งที่ทำมาหลายปีเพื่อกำจัดทหารนับพัน”
อาเฉวียนเงยหน้าด้วยความสงสัยมองเจ้านายด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมน้ำเสียงที่เขาได้ยินจากเจ้านาย ฟังดูแล้วเหมือนมีทั้งความชื่นชมและอิจฉา
เขารู้ว่าเจ้านายมาที่นี่เพราะลู่เจี้ย แต่ตอนนี้ล่ะ เขาได้รู้สิ่งที่ซ่อนงำของนายน้อยตระกูลลู่แล้ว แต่จากนี้เจ้านายเขาคิดจะทำอะไรต่อ
“อาเฉวียน” ทันใดนั้นหรงจิ่งก็เรียกเขา
อาเฉวียนรีบเก็บความคิดลง กล่าวด้วยท่าทีที่ต้อยต่ำ “ขอรับ”
ดวงตาที่โปร่งใสคู่นั้นของหรงจิ่งยังคงจ้องมองไปที่คนคู่นั้นที่อยู่ไกลๆ “เรื่องที่เกิดในวันนี้ อย่าให้มันรั่วไหลออกไปล่ะ”