วันนั้นตอนที่อยู่ในอาณาเขตหลิงอู่มีฝูงคนรวมตัวกันเป็นร้อย จากนั้นคนพวกนั้นเป็นอย่างไร นางไม่รู้จริงๆ แต่ว่านางรู้สึกได้ถึงความเป็นศัตรูในน้ำเสียงของแม่ทัพต้าฉิน
เจียงหลีไม่รู้เหตุการณ์จากนั้นและลู่เจี้ยเองก็กำชับให้ลู่จ้านเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ
แต่ว่าในอาณาเขตหลิงอู่ไม่ได้มีเพียงคนของโฮ่วจิ้น ต่อให้เก็บเป็นความลับก็จะยังมีปลาที่หลุดลอดตาข่าย ข่าวคราวก็คงแพร่ออกไปเช่นนี้
ถ้าเจียงหลีไม่ติดต่อกับคนชาติอื่น เรื่องที่นางมีเสวียนกังกุย ก็คงไม่แพร่ออกไป
แต่ว่า ต่อให้เป็นใคร ก็น่าจะคาดไม่ถึงว่าในวันนี้เจียงหลีจะถูกกองทัพต้าฉินหันกระบอกปืนใส่ และแม่ทัพที่ตั้งคำถามนี้ ที่บ้านเขามีผู้อาวุโสคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในร้อยคนในวันนั้น เป็นพยานในเหตุการณ์ที่เจียงหลีแย่งเสวียนกังกุย
“ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์”
“ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์”
ชั้นในสุดทหารที่อยู่ใกล้กับเจียงหลีที่สุด หลังคำพูดของแม่ทัพนั้นสิ้นสุดลงได้ประสานเสียงพร้อมเพรียงกันราวกับเสียงฟ้าผ่าเขย่าหัวใจและจิตวิญญาณของผู้คน
เจียงหลีที่อยู่ในสถานการณ์ที่บีบบังคับนี้ นางรู้สึกว่าเลือดพุ่งขึ้นที่หน้าอกและกลิ่นเลือดพุ่งไปที่ริมฝีปาก
หึ!
เจียงหลีกระวนกระวายใจ นางกลืนเลือดในปากของนาง ใบหน้าเล็กๆ เปลี่ยนเป็นเย็นชามองไปที่แม่ทัพต้าฉินด้วยสายตาที่เฉียบคม…