ความลับของลู่เจี้ยปิดบังเอาไว้ไม่มิด
เจียงหลีมองแวบเดียวก็รู้ ‘กลุ่มสังเกตการณ์เทียนเจียว’ ครั้งนี้เป็นการชิงไหวชิงพริบระหว่างฮ่องเต้กับตระกูลลู่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าฮ่องเต้วางหมากไว้อย่างไรและตระกูลลู่จะแก้หมากกระดานนี้ได้เยี่ยงไร
“ก็ได้ ข้าจะไม่ยุ่ง” เจียงหลีจ้องเข้าไปในแววตาสกาวใสของลู่เจี้ยแล้วพยักหน้าเชื่องช้า
เนื่องจากลู่เจี้ยไม่ให้นางยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้ซึ่งนั่นหมายความว่าทุกอย่างอยู่ในเงื้อมมือเขา เช่นนั้นแล้วนางยังจะต้องห่วงอะไรอีก
“หลีเอ๋อร์…” จู่ๆ ลู่เจี้ยเลื่อนปลายนิ้วผ่านแก้มนางแผ่วเบาน้ำเสียงผะแผ่วราวกับกำลังมัวเมา
น้ำเสียงนี้แทงทะลุเข้าไปในใจของเจียงหลีพร้อมกับการกระทำที่ปลายนิ้วของเขาทำให้นางรู้สึกเสียววูบวาบราวกับถูกกระแสไฟแล่นผ่านร่าง
“อืม” นางครวญครางตอบเสียงเบาโดยไม่รู้ตัว
การตอบกลับของนางมีความสับสนเล็กน้อยทำให้แววตาของลู่เจี้ยพลันมืดหม่นดั่งมีความมืดพุ่งพล่านในส่วนลึกของดวงตา
เขาซ่อนความรู้สึกไว้ในแววตาเงียบๆ หรี่ตาเอ่ยถามเสียงเบา “บาดเจ็บสาหัสหรือไม่”
“ไม่สาหัส วิญญาณยุทธ์เสวียนกังกุยแข็งแกร่งจริงๆ” เจียงหลีส่ายหน้าแววตาตื่นเต้นอยากแบ่งปันความรู้สึกของนางที่มีต่อเสวียนกังกุยให้ลู่เจี้ยรับรู้
ลู่เจี้ยกะพริบตาเบาๆ พร้อมกับยกยิ้มเจือจางที่มุมปาก “อันดับของเสวียนกังกุยอยู่ก่อนหน้าเลี่ยเทียนซื่อ ย่อมไม่อ่อนแอเป็นธรรมดา”