“ฉะนั้นแล้วเจ้าทำเยี่ยงนี้แค่อยากให้ข้าเห็นความมุ่งมั่นของเจ้าที่จะปกป้องเขาใช่ไหม” หรงจิ่งเอ่ยถาม ที่จริงเขารู้คำตอบตั้งแต่แรกอยู่แล้วแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงยังอยากจะให้นางพูดให้ได้ยินกับหู
ดวงตาที่สุกใสของเจียงหลีเบิกกว้าง “ต่อไปอย่ารังแกเขาอีก หากข้ารู้ครั้งต่อไปข้าฆ่าเจ้าแน่” ทุกครั้งที่นางคิดถึงภาพตอนที่หรงจิ่งบังคับให้ลู่เจี้ยลงมือก็ทำให้นางโมโห
หรงจิ่งยิ้มด้วยความมึนเมาเหมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิ “ลู่เจี้ยได้รับพรมากเพียงใดถึงให้เจ้าสามารถใช้ชีวิตปกป้องเขาได้เยี่ยงนี้”
ประโยคนี้ของเขาทำเอาเจียงหลีนิ่งค้าง
นั่นสิ เพราะเหตุใด
ทำไมลู่เจี้ยจึงคู่ควร
ทำไมนางถึงทำได้ขนาดนี้
เจียงหลีหวั่นไหวในใจแล้วถามตัวเองอยู่เหมือนกัน เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ไม่ใช่จุดประสงค์ที่แท้จริงนางเลย
สุดท้ายก็กลายเป็นการแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่านางโกรธแทนลู่เจี้ย
ลู่เจี้ย นี่เจ้าคู่ควรได้รับการปกป้องจากจักรพรรดินีอย่างข้าขนาดนี้เชียวหรือ เจียงหลีถามตัวเองในใจ จากนั้นนางจึงมอบรอยยิ้มโลกละลายให้กับหรงจิ่งที่จ้องนางอยู่ “เขาจะมีพรสวรรค์ในการฝึกฝนหรือไม่ ข้าไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่ามีเพียงข้าที่รังแกเขาได้คนเดียวเท่านั้น!”
ห้ะ?!
“…”
“…”
คำพูดกำกวมแต่กลับดุเด็ดออกมาจากปากของเจียงหลีทำเอาผู้คนไม่น้อยตกตะลึง
ไม่สิ ควรจะบอกว่าตกตะลึงไปทั้งลานต่างหากล่ะ