เจียงหลีและหนานอู๋เฮิ่นกลับสถาบันไป่หยวนด้วยความมึนงง
ตอนที่แยกกันนางเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหนานอู๋เฮิ่นถึงสำนึกถึง ‘เจตนาร้าย’ ของตาเฒ่าเลวทรามผู้นี้
“น่ารังเกียจ สักวันหนึ่งอย่ามาตกอยู่ในเงื้อมมือข้าก็แล้วกัน” เจียงหลีเข่นเขี้ยวจดจ้องเงาร่างของหนานอู๋เฮิ่นที่กำลังเดินจากไป
เกี่ยวกับการเดินทางเข้าไปในอาณาเขตอู่หลิงครานี้ เรื่องที่นางถูกตามฆ่า หนานอู๋เฮิ่นจะต้องให้คำอธิบายแก่นางอย่างแน่นอน
เช่นนั้นหลิงไซว่อาจจะมีความรู้สึกก็เป็นได้แต่เก็บซ่อนเอาไว้เสียก่อน ฉะนั้นหนานอู๋เฮิ่นสังหารหลิงเจี้ยงสองคน แม้กระทั่งหนอนบ่อนไส้ในสถาบันไป๋หยวนก็หายตัวไป หนานอู๋เฮิ่นบอกว่าได้ส่งคนไปตามหาแล้ว ตอนนี้ดูท่าทางสองคนนั้นดูเหมือนถูกสถาบันอู่หลิงซื้อตัวไปแน่
เรื่องนี้ถือเป็นการบอกขั้นตอนหนึ่ง เจียงหลียิ้มเย็นชาในใจ สำหรับอู๋เชียนตัวต้นเหตุผู้นี้แน่นอนว่านางต้องจัดการด้วยตนเอง
ตอนนี้นางยังไม่ให้เจ้าสุนัขเฒ่านั่นตายหรอก
นางรู้แจ้งแก่ใจดี หากนางยิ่งเป็นจุดสนใจแก่สายตาผู้คนมากเท่าไหร่สุนัขเฒ่านั่นก็ยิ่งอยู่ไม่เป็นสุข ยิ่งเขาอยู่ไม่เป็นสุขนางก็ยิ่งสะใจ
เมื่อกลับมาถึงหอของตนเองในสถาบันไป๋หยวน เจียงหลีจึงหยิบคัมภีร์วรยุทธ์ระดับพิเศษขั้นที่สามทั้งสองเล่มขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ถึงแม้นางจะไม่ใช่นักเรียนประจำ แต่นางก็มีห้องฝึกฝนวรยุทธ์เป็นของตนเองในสถาบันไป๋หยวนเช่นเดียวกับลู่เสวียน