แต่ทว่าเจ้าของร่างเดิมมิอาจฝึกวิทยายุทธ์ใดๆ ตั้งแต่แรกแถมอายุยังน้อยอีก อย่างไรเสียก็ไม่มีทางเข้าร่วมฤดูล่าสัตว์ได้อีกทั้งยังไม่เคยดูความครึกครื้นของงานด้วยซ้ำ หรือจะเป็นเจียงเฮ่าที่เคยไปครั้งหนึ่ง ไม่ว่าสรุปแล้วเป็นเช่นไรก็ไม่มีในความทรงจำเจ้าของร่างเดิม
“แล้วจะเริ่มขึ้นเมื่อใด” เจียงหลีหรี่ดวงตาทั้งคู่แล้วครุ่นคิด
โอกาสเยี่ยงนี้ช่างหายากยิ่งนักซึ่งสามารถทำให้นางได้เห็นถึงศักยภาพของยุวชนรุ่นหลังของโฮ่วจิ้น
“วันนี้แหละ” ลู่เสวียนตอบอย่างจำนน
“แล้วมัวช้าอยู่ใยเล่า” เจียงหลียกเท้าเตะเขาเข้าให้
“โอ้ยยย! ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าเป็นสาวเป็นนางให้หัดมีความเป็นกุลสตรีเสียบ้าง” ลู่เสวียนหลบอย่างคล่องแคล่วว่องไวแต่ก็ยังมิวายค่อนขอดนาง
“ข้าพอใจจะเป็นแบบนี้” เจียงหลียักคิ้วด้วยใบหน้าแน่งน้อยสดใสจากนั้นไพล่มือทั้งสองข้างไว้ด้านหลังแล้วเดินออกไปจากสถาบันไป๋หยวน
…
โดยปกติทางราชสำนักจะจัดงานฤดูล่าสัตว์บริเวณชานเมืองซั่งตู
ในสิบวันนี้ทางราชสำนักจะเปิดสนามล่าสัตว์ซึ่งใครก็สามารถเข้ามาได้
เจียงหลีกับลู่เสวียนเดินมายังลานล่าสัตว์ก็ได้ยินคำพูดที่ไม่ค่อยเข้าหูนักลอยมา “เหอะ งานฤดูล่าสัตว์กลายเป็นสนามเด็กเล่นจริงๆ เสียแล้วถึงปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนเข้ามาเพ่นพ่านเยี่ยงนี้ได้หรือ”
เมื่อเจียงหลีและลู่เสวียนได้ยินเข้าจึงชะงักเท้าหยุดโดยมิได้นัดหมายแล้วหันหลังกลับไปมอง