“เสวียนกังกุยปรากฏตัวแล้ววว!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมากจากไกลๆ ทำให้สีหน้าของเจียงหลีเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
นางรีบมองไปที่ชาวเป่ยโหรวพวกนั้น ไม่พลาดที่จะเห็นความหวั่นไหวในสายตาพวกเขา
คนกลุ่มนี้จะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในการที่ข้าจะแย่งชิงเสวียนกังกุย นางพูดในใจ เดิมทีคิดว่าแยกกับคนพวกนี้ แล้ววางแผนหาเสวียนกังกุยให้เจอก่อน ตอนนี้แผนล่มแล้ว
“อาหลี พวกเราไปกันเถอะ” เจียงเฮ่าเฝ้าเจียงหลีอยู่ข้างๆ แล้วจับตาดูการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้เหมือนกัน เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของชาวเป่ยโหรว เขาพูดข้างหูเจียงหลีอย่างเบาๆ ทันที
เจียงหลีพยักหน้า แล้วหันหลังตามเจียงเฮ่าไป วิ่งไปทางเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ต้องแข่งกันว่าใครเร็วกว่า!
“ไป!” เห็นเจียงหลีเคลื่อนไหว ไป๋เซี่ยงเลี่ยยิ้มเยาะแล้วโบกมือให้พรรคพวก
กลุ่มคนวัยรุ่นชาวเป่ยโหรวกลุ่มนั้นก็รอไม่ไหวมานานแล้ว เห็นว่าในที่สุดไป๋เซี่ยงเลี่ยก็ออกคำสั่ง รีบตามเขาที่ไล่ตามเจียงหลีที่หายไปท่ามกลางหนองน้ำ
คนด้านหน้า เจียงหลีมองดูด้านหลังตลอด
นางรู้สึกได้ว่าชาวเป่ยโหรวไล่ตามมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่นาง แต่เป็นวิญญาณยุทธ์เสวียนกังกุย
“อาหลี ครู่หนึ่งก็หาเสวียนกังกุยเจอ เจ้าเพียงแต่จัดการมันให้อยู่หมัด เรื่องอื่นข้าจัดการเอง” เจียงเฮ่าพูดเสียงต่ำ
เจียงหลีมองเขาด้วยความประหลาดใจ ไม่รู้ว่าเขาไปเอาความมั่นใจมากแบบนี้มาจากไหน