การสนทนานี้ลอยตามลมไปเข้าหูสองพี่น้องที่อยู่ไม่ไกลกัน
ทั้งสองสบตากัน ไม่พูดอะไร
มีคนทำให้เสวียนกังกุยตื่นแล้ว ก็แสดงว่าศึกชิงเสวียนกังกุยได้เริ่มขึ้นแล้ว
ตอนนี้ ตรงนั้นมีคนร่วมกันอยู่กี่คน พวกเขาไม่มีทางรู้
“ไปตรงนั้นก่อน แล้วค่อยหาโอกาส” เจียงหลีขมวดคิ้วแล้วพูดกับเจียงเฮ่า
เจียงเฮ่าพยักหน้า แล้วเลี่ยงหนองน้ำที่พุ่งขึ้นเหล่านั้นด้วยกันกับเจียงหลีอีกครั้ง มุ่งไปยังการต่อสู้ตรงนั้น ไป๋เซี่ยงเลี่ยเห็นทั้งสองคนเดินหน้าต่อ แววตาเปล่งประกาย ก็พาพรรคพวกมุ่งตามไปข้างหน้า
……
ใจกลางหนองน้ำเป่ยยวน มีผู้คนร่วมกันอยู่มากมาย ล้อมรอบภาพมายาที่ใหญ่มหึมาที่ขึ้นมาจากหนองน้ำลึก
ในสถานที่ลับๆ ไกลๆ ทั้งสองซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อคลุม ซุ่มอยู่อย่างเงียบๆ
ลู่จ้านมองไปยังกลุ่มคนที่สู้รบอยู่ พูดกับลู่เจี้ยที่อยู่ข้างๆ ว่า “นายน้อย เจียงหลียังตามมาไม่ถึง”
“อืม” เสียงนาสิกที่ดังมาจากใต้เสื้อคลุม
ลู่จ้านขมวดคิ้ว เขาดูไม่ออกว่านายน้อยยินดีหรือยินร้าย และก็เดาไม่ออกว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ “คนที่มาเพราะข่าวคราวของเสวียนกังกุย เหมือนว่าจะเยอะเกินไปแล้ว……”
ในน้ำเสียง ไม่ปิดบังความเป็นเป็นห่วงที่เขามีต่อเจียงหลีเลยแม้แต่น้อย
ถึงอย่างไร ถ้าหากว่าแย่งชิงเสวียนกังกุยไปได้ต่อหน้าคนเยอะแบบนี้ สำหรับเจียงหลีแล้ว ดูจะยากเกินไปจริงๆ
“เชื่อในตัวหลีเอ๋อร์” แต่ว่าลู่เจี้ยตอบกลับเขาเพียงแค่ห้าคำ