หรงจิ่งปลดปล่อยพลังวิญญาณออกปกคลุมบนร่างกายลู่เจี้ย ถึงขนาดกับกดทับดอกไม้ใบหญ้ารอบๆ นั้นให้ตกเตี้ยลงไปห่อเ**่ยวบนพื้นดิน
แต่ทว่า ลู่เจี้ยยังคงไม่หวั่นไหว ยกถ้วยสุรามรกตขึ้นมาข้างริมฝีปากแล้วจิบเบาๆ
ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!
เจียงหลียืนขึ้นอย่างตกตะลึง ดวงตาทั้งคู่มองดูหรงจิ่งอย่างระแวดระวัง นางสามารถรับรู้ถึงพลังบนร่างกายของหรงจิ่ง ความรุนแรงของพลังวิญญาณนั้นไม่ด้อยไปกว่าของลู่จ้านเลย
แต่เขากลับอายุน้อยกว่าลู่จ้านถึงยี่สิบปี!
พลังวิญญาณของหรงจิ่งกดทับเข้ามาเรื่อยๆ เหมือนเขาอยากจะบีบคั้นให้ลู่เจี้ยแสดงฝีมือออกมา แต่ทว่า ลู่เจี้ยกลับมองข้ามความกดดันของเขาไป
“คุณชายจิ่ง นายน้อยข้าขาดหนึ่งเนตรญาณแต่กำเนิด ไม่สามารถบำเพ็ญได้ เป็นเรื่องที่ใต้หล้าต่างก็รู้กัน” เจียงหลีขมวดคิ้วแล้วเอ่ยปาก
น้ำเสียงที่ไม่อ่อนแอและไม่แข็งกร้าวของนาง ทำให้หรงจิ่งชายตาแล้วยิ้มกล่าว “ไม่สามารถฝึกฝนเป็นหลิงซือได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฝึกฝนเป็นเนี่ยนซือไม่ได้”
!
เจียงหลีตกตะลึงอยู่ในใจลึกๆ
หรงจิ่งผู้นี้ช่างจัดการยากเสียจริง ทว่า ถึงแม้เขาพูดคำนี้ออกมา ลู่เจี้ยก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เหมือนว่าแม้หรงจิ่งจะเอามีดมาจ่อบนคอเขา ฟันคอเขาขาด ลู่เจี้ยก็ไม่กระพริบตาแม้แต่ครั้งเดียว