เจียงหลีจ้องเบื้องหลังของเขา ในใจก็ครุ่นคิดถึงคำพูดนี้ของเขาว่าหมายความว่าอย่างไร
“หลีเอ๋อร์ อย่าได้ล่วงเกินคนผู้นี้” เมื่อหรงจิ่งหายไปจากสายตาของเจียงหลีแล้ว เสียงของลู่เจี้ยก็ดังขึ้นจากด้านหลังของนาง
เจียงหลีพยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ธรรมดาจริงๆ”
คำวิจารณ์ประโยคนี้กลับทำให้ลู่เจี้ยยกตาขึ้น ในดวงตาดั่งแก้วนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “น้อยนักจะได้ยินหลีเอ๋อร์ประเมินคนสูงเช่นนี้”
“ท่านชายจิ่งผู้นี้สมคำเลื่องลือยิ่งนัก” เจียงหลีไม่ได้สังเกตน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเขา แต่กลับพยักหน้าแล้วกล่าวเสริมอีกประโยค
นั่นทำให้ดวงตาของลู่เจี้ยนั้นมืดมนยิ่งขึ้น เขากระแอมเบาๆ ขึ้นมาทันใด เสียงนี้ดึงดูดความสนใจของเจียงหลีได้สำเร็จ
นางเหลียวกลับมามอง แล้วมาข้างกายเขา เอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วง “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อครู่เขาได้ทำร้ายท่านจนบาดเจ็บหรือไม่”
ความเป็นห่วงที่เผยออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจนั้น ทำให้ลู่เจี้ยเริ่มอารมณ์ดีขึ้น เขาส่ายหน้าช้าๆ “ไม่เป็นอะไร เพียงแค่ถูกพลังวิญญาณจู่โจมเท่านั้น”
“เจ้าสารเลวนี่! รอให้ข้าฝึกฝนจนเหนือกว่าเขาแล้ว จะต้องชำระแค้นนี้ให้ได้” แววตาของเจียงหลีตึงเครียด แล้วกัดฟันกล่าว
เมื่อได้ยินว่าเจียงหลีจะแก้แค้นให้กับตน ลู่เจี้ยก็ยิ้มมุมปากอย่างมิได้ตั้งใจ