สายตาของหนานอู๋เฮิ่นขยับไปตามการเคลื่อนไหวของจิ่งเยี่ย แววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด แต่ในที่สุดเขาก็ละสายตาอย่างเงียบๆ
รอบสุดท้าย จิ่งเยี่ยแพ้
บัดนี้ ถึงคราวของเจียงหลีที่จะท้าทายเจ็ดคนที่เหลือของสำนักหลิงอู่
“ยอดเยี่ยมมาก! ”
“ในที่สุดก็ชนะครั้งหนึ่งแล้ว! ”
“สั่งสอนคนพวกนั้นหน่อย! ”
“เจียงหลี พวกเราเชื่อในตัวเจ้า! ”
สถาบันไป๋หยวนกระหายชัยชนะ แม้ว่าการต่อสู้จะจบลงอย่างไม่คาดคิด แต่ก็มิได้เป็นอุปสรรค เพราะชัยชนะของเจียงหลีครั้งนี้ ทำให้พวกเขาถึงกับยิ้มออก
ทันใดนั้น ความนิยมชมชอบของมวลชนชาวไป๋หยวนที่มีต่อเจียงหลีก็ทะยานขึ้นสูง
เจียงหลีเก็บความประหลาดใจต่อจิ่งเยี่ยไว้ก่อน และยืนอยู่บนสังเวียนด้วยใบหน้าเย็นชา แต่ระหว่างคิ้วกลับมีความทนงตนแฝงอยู่ เช่นเดียวกับที่จิ่งเยี่ยเคยทำมาก่อน นางชี้ไปที่ใครบางคนของสำนักหลิงอู่ “เจ้าขึ้นมา”
ดวงตาของคนที่ถูกเลือกคมชัดทันที
ก่อนที่จะเตรียมตัวขึ้นไป อู๋เชียนรั้งเขาไว้แล้วกำชับด้วยเสียงทุ่มต่ำ “ระวังวิญญาณยุทธ์ของนางด้วย”
ชายผู้นั้นพยักหน้าอย่างเงียบๆ และก้าวขึ้นสังเวียน
แต่ทว่า ครั้งนี้เจียงหลีกลับมิได้ปล่อยวิญาณยุทธ แต่ใช้เพียงทักษะการต่อสู้ในการเอาชนะเขา
พอการแข่งขันจบลง ชายผู้นั้นของสำนักหลิงอู่ก็ล้มนอนอยู่บนสังเวียน หายใจเฮือกสุดท้ายและใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
“…”
“…”