สำหรับโจวเย่าจู่แล้ว สีหน้าของนางดำคร่ำเครียดและสายตาเย็นเยือกเช่นนั้น ทำให้รู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก “เจ้า…เจ้าอย่าเข้ามา พ่อข้าเป็นขุนนางชั้นสูงแห่งราชสำนักเชียวนะ!”
“ข้ารู้แล้ว ครั้งที่แล้วเจ้าก็บอกแล้วมิใช่หรือ เจ้ายังพูดอีกว่าบ้านของข้า บัดนี้เป็นของตระกูลโจวไปเสียแล้ว” เจียงหลีพูดหยอกเย้า
ริมฝีปากของโจวเย่าจู่ปิดสนิท เขามิกล้ามองไปที่เจียงหลี
เจียงหลีหัวเราะเยาะ “วางใจเถอะ วันนี้ดวงเจ้ายังไม่ถึงคาด เพราะนี่คือสังเวียนสำหรับเด็กใหม่แห่งสถานบันไป๋หยวน ข้าต้องการเพียงคะแนนเท่านั้น”
พอได้ยินคำพูดของเจียงหลีเพียงเท่านี้ โจวเย่าจู่ผู้เป็นกังวลถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ทว่า เมื่อมองเห็นเจียงหลีที่ยังคงเดินเข้ามาหาตนเช่นนี้ เขาก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวและเป็นกังวลอีกครั้ง
หากถูกโจมตีจนล้ม ก็ต้องเจ็บหนักอย่างแน่นอน!
“ลุกขึ้น!” ทันใดนั้น เจียงหลีก็ตะโกนด้วยเสียงดุดัน
ผู้คนทั้งด้านบนและด้านล่างสังเวียนต่างพากันตกตะลึงไปตามๆ กัน
ซึ่งแม้แต่ลู่เสวียนเองก็มองไปที่หญิงสาวตัวเล็กๆ คนนั้นด้วยความตกใจราวกับว่านางคิดไม่ตกเหตุใดนางถึงระเบิดอารมณ์ที่ทรงพลังเช่นนั้นออกมา
โจวเย่าจู่มองไปที่หญิงสาวซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความตะลึงงันเช่นกันแล้วลุกขึ้นยืนอย่างมิสามารถควบคุมตัวเองได้
“ปล่อยวิญญาณยุทธ์ของเจ้าออกมา” เจียงหลีตะโกนอีกครั้ง