หลิงซื่อขั้นที่เจ็ดกำลังจะท้าทายนางซึ่งเป็นหลิงซื่อขั้นที่เก้า
หากนางรับคำ มิใช่เป็นการรังแกผู้น้อยหรอกหรือ
ขณะที่เจียงหลีกำลังลังเลอยู่นั้น นายน้อยหงได้กระโดดขึ้นไปบนสังเวียนที่ว่างเปล่า พร้อมกับชี้นิ้วไปที่เจียงหลี “ไม่รู้ว่าสาวน้อยจะกล้าขึ้นเวทีประลองนี้หรือไม่”
“ขึ้นไป! ”
“ขึ้นไป! ”
“ขึ้นไป! ”
ฝูงชนส่งเสียงเล้าโลม พวกเขาแทบอดทนรอไม่ไหวที่จะเห็นฉากที่เจียงหลีถูกสั่งสอน
สถานการณ์ทางนี้ค่อยๆ รุนแรงขึ้น ทำให้ลู่เสวียนที่เพิ่งแข่งชนะถึงกับต้องมาเฝ้าดู พอเจียงหลีถูก “รังแก” เช่นนี้ เขาจึงหยุดการแข่งขัน พร้อมกับกระโดดลงจากสังเวียนและวิ่งมาอย่างเร่งรีบ
เจียงหลียืนอยู่ใต้สังเวียนโดยไขว้มือทั้งสองไว้ที่ด้านหลัง สายตาเยาะเย้ยของทุกคนต่างมองมาที่เจียงหลี แต่ทว่า นางกลับแสดงสีหน้าที่หยิ่งผยองและสงบนิ่ง มิได้มีร่องรอยของความอับอายและคับใจออกมาให้เห็นเลย
นางถอนหายใจพลางมองไปที่นายน้อยหงอย่างเห็นอกเห็นใจ “ในเมื่อเจ้ารีบร้อนอยากแสดงความสามารถเช่นนี้ งั้นข้าคงต้องฝืนใจทำตามความปรานารถของเจ้าแล้ว”
“ฮึ! เด็กเปรต ปากร้ายยิ่งนัก วันนี้ข้าต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบเสียแล้ว! ” นายน้อยหงหงุดหงิดกับคำพูดของเจียงหลี ร่างกายที่ทรงพลังของเขามีแสงสีทองปรากฏอยู่ด้านหลัง
ในทางกลับกัน เจียงหลีในชุดสีดำกลับก้าวขึ้นสังเวียนไปอย่างไม่เร่งรีบ ฝีก้าวที่สงบนิ่งทำให้เสียงร้องลั่นจากบริเวณโดยรอบค่อยๆ เงียบสงบลง