หลังจากที่ลู่เจี้ยตั้งค่ายกลได้ไม่กี่วัน เจียงหลีและลู่เสวียนก็เดินทางไปรายงานตัวที่สถานบันไป๋หยวนโดยการคุ้มกันของยอดฝีมือในจวนอ๋องลู่
การสอบเข้าในครั้งที่แล้ว ทำอึกทึกคึกโครมเพียงนั้น เพื่อเป็นการชดเชยให้กับจวนอ๋องลู่ สถาบันไป๋หยวนก็ได้ให้สิทธิพิเศษในการสอบเข้าแก่ทั้งสอง
ฉะนั้น การเข้าสถาบันไป๋หยวนในครั้งนี้ พวกเขานั้นมิใช่สถานะผู้เตรียมสอบ แต่เป็นศิษย์ของสถาบันไป๋หยวนอย่างแท้จริง
“หลียาโถ่ว ในที่สุดเราก็ได้เข้าสถาบันไป๋หยวนนี้แล้ว” เพิ่งจะก้าวเข้าประตูเขาของสถาบันไป๋หยวน ลู่เสวียนก็โล่งใจ
มองดูสายตาที่ทอดถอนใจของเขาแล้ว เจียงหลีก็ขมวดคิ้ว
ในความทรงจำดั้งเดิมนั้น ผุดรูปลักษณ์ของเจียงจิ่งขึ้นมา พี่ชายของนาง มีความกระตือรือร้นต่อสถาบันไป๋หยวนนี้เข้าขั้นบ้าคลั่ง การสอบเข้าสถาบันไป๋หยวนเป็นเป้าหมายชีวิตของเขา
เจียงจิ่งไม่อยู่ในสถาบันไป๋หยวนจริงหรือ เจียงหลีถามตนเองในใจ หากเขาไม่ได้อยู่ในสถาบันไป๋หยวน เช่นนั้นเมืองซั่งตูอันกว้างใหญ่นี้ เขาไปอยู่ที่ไหนกัน
“โอโห! หลียาโถ่วพวกเรารีบไปกันเถิด มิเช่นนั้นจะสายแล้ว” เสียงรีบร้อนขึ้นมากระทันหันของลู่เสวียน ขัดจังหวะความคิดของเจียงหลีลง
นางมองหนุ่มน้อยที่ร่าเริ่งคนนี้ด้วยหน้าตามึนงง บนใบหน้านั้นเขียนคำว่าได้โปรดอธิบายด้วยเต็มไปหมด
“การแข่งขันจัดอันดับของเด็กใหม่เริ่มขึ้นแล้ว เราต้องรีบไป มิเช่นนั้นจะเสียเปรียบเอาได้” ลู่เสวียนรีบอธิบาย