คำพูดปกป้องเพียงประโยคเดียว ดูเหมือนจะทำให้ความหม่นหมองในใจของเขาจางหายไปแล้ว ใช่! ต่อให้นางทำเพื่อพลังนั้นแล้วเจตนาเข้าใกล้ข้าแล้วจะอย่างไรเล่า ขอเพียงแค่เป็นประโยชน์ต่อนาง ก็เพียงพอแล้ว
“ทุกคนก็ล้วนรักของสวยงามกันทั้งนั้น เขาสง่างามเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องปกติที่กูกูของข้าจะชอบเขา” ฉู่เฟยชิงรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ผิดเพี้ยนไป จึงรีบช่วยพูดแทนอาหญิงของตน
เพียงแต่พอนางพูดถึงเพียงเท่านี้ ทั้งตำหนักบุปผากลับเงียบสงบลงอย่างแปลกประหลาด ซึ่งแทบจะทุกคนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง
สีหน้าของมู่เจิ้งเฟิงยิ่งอยู่ยิ่งหม่นหมองและดูแย่ลงไปเรื่อยๆ ฉุนกุ้ยเฟยดึงฉู่เฟยชิงไว้อย่างร้อนใจ “ชิงชิง เจ้าหยุดพูดได้แล้ว”
“กูกู ข้าช่วยท่านอยู่นะเพคะ!” ฉู่เฟยชิงกล่างอย่างงวยงง
“พอได้แล้ว!” มู่เจิ้งเฟิงอดไม่ได้ที่จะตะโกนด้วยความโมโห
เขามองไปที่ร่างเล็กข้างๆ พระชายาลู่ด้วยแววตาดุดัน “เจ้าเป็นใครกัน” นางคือต้นตอของปัญหา
เจียงหลียิ้มเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวอย่างไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่งและไม่ถ่อมตัวจนเกินไป “ข้าเป็นเพียงบ่าวรับใช้ตัวน้อยๆ ของตระกูลลู่เพคะ”
ขณะนี้ ข้าหลวงมองไปที่เจียงหลีอย่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งทำให้ประหลาดใจเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปกระซิบข้างหูมู่เจิ้งเฟิง