เจียงหลีละสายตาที่แอบมองสำรวจเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ค่อยๆ ส่ายหัวอย่างช้าๆ แล้วกล่าวกับพระชายาว่า “พระชายาเพคะ ข้าหายดีแล้วเพคะ”
พอดูดซับพลังจากลู่เจี้ยแล้ว อาการบาดเจ็บของนางก็เกือบจะหายเป็นปกติแล้ว
“หายดีก็ดีแล้ว ข้าต้องขอบใจเจ้ามาก ขอบใจที่เจ้าปกป้องเสวียนเอ๋อร์แทนข้า” พระชายาลู่กล่าวด้วยความจริงใจ
นางไม่ได้พูดออกมาเพียงแค่ลมปากเท่านั้น นางรู้สึกซาบซึ้งใจที่เจียงหลียอมสละชีพจนสามารถช่วยชีวิตบุตรชายคนรองของนางได้สำเร็จจริงๆ
“ไยกล่าวเช่นนั้นเพคะ เกรงใจมากไปแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรทำเพคะ” เจียงหลียิ้มเบาๆ
การปกป้องลู่เสวียนเป็นเรื่องที่นางได้ตกลงกับลู่เจี้ยไว้อยู่แล้ว
“เด็กดี” พระชายาลู่จับมือนางด้วยความเอ็นดู ท่าทางเช่นนั้นเหมือนกับสองแม่ลูกก็ไม่ปานและมิได้ปฏิบัติต่อเจียงหลีเยี่ยงทาสเลย
สิ่งที่เรียกว่าสถานะของเจียงหลีเช่นนั้น บัดนี้ดูเหมือนว่าจะไม่เคยมีอยู่จริง
สาวใช้แห่งตระกูลลู่เช่นนาง กินดีอยู่ดีและแต่งตัวดีกว่าหญิงสาวจากตระกูลทั่วไปเสียอีก
“ทันทีที่เจ้าเข้าวัง เจ้าก็เดินตามหลังข้าและเจี้ยเอ๋อร์ จะได้ไม่มีใครกล้ารังแกเจ้า” พระชายาลู่กำชับเจียงหลี
แววงตาของเจียงหลีเปล่งประกายความสงสัยเล็กน้อย
เวลานั้น นางไม่เข้าใจที่มาของคำเตือนจากพระชายาลู่ พอครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ นางพลันนึกขึ้นได้ว่าร่างเดิมของนางเป็นบุตรสาวของขุนนางท่านหนึ่ง