ลู่เจี้ยจับจ้องเข้าไปแววตาลึกล้ำของเจียงหลี คล้ายว่ามีเสน่ห์สีแดงดั่งดวงอาทิตย์วูบไหว
“หลีเอ๋อร์?” เขาเอ่ยออกมาอย่างแผ่วบางโดยไม่รู้ตัว ทำลายเสน่ห์ใต้ตานาง เจียงหลีตั้งสติแล้วถามต่อถามอย่างไม่รู้ตัว “เมื่อกี้เจ้าถามข้าว่าอะไรนะ”
ลู่เจี้ยยิ้มมุมปากอย่างระงับอารมณ์เมื่อเหยื่อกระโดดลงกับดับเอง “ข้าถามเจ้าว่า ชิงเกอคือใคร?”
“ท่านรู้จักชื่อนี้ได้อย่างไรกัน” ดวงตาเจียงหลีหดลง
“ลู่เสวียนบอกข้าเอง” ลู่เจี้ยตอบอย่างไม่ใส่ใจในมือเขายังไม่ลืมถือช้อนหยกตักยาทาลงบนแผ่นหลังเจียงหลีที่มีบาดแผลอย่างเบามือ ไอเย็นจากยา การเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม ทำให้เจียงหลีขนลุกซู่
นางพยายามจะอดทนกับความยั่วยวนเช่นนี้ กัดฟันแน่พูดว่า “เจ้าเด็กบ้านั่นรู้ได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินนางเรียกชื่อเล่นลู่เสวียนสนิทสนมจนเกินเหตุ ลู่เจี้ยหรี่ตาลงฉายแววอันตราย มือที่ทายาอยู่หนักขึ้น…
“โอ้ยย เบาหน่อยสิ ท่านอยากให้ข้าเจ็บจนตายหรือไง” เจียงหลีร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
“หลีเอ๋อร์เรียกเสี่ยวเสวียนสนิทสนมเช่นนั้นเกรงว่าจะไม่เหมาะ หากผู้อื่นได้ยินเข้า อาจคิดว่าเจ้าไม่มีกาลเทศะ ต่อไป ก็เรียกชื่อเขาโดยตรง หรือจะเรียกเขาว่าซื่อจื่อก็ได้” ลู่เจี้ยก้มหน้าลงขนตายาวปกปิดอารมณ์ในแววตา
“แค่ชื่อเรียก ทีข้ายังเรียกท่านว่าพ่อรูปหล่อเลย ก็ไม่เห็นท่านว่าข้าไม่มีกาลเทศะ” เจียงหลีบ่ายเบี่ยงพึมพำอย่างไม่พอใจ