ที่บอกว่าจะมาดูความสนุก คงรอดูฉากนี้อยู่สินะ เจียงหลีคาดเดาในใจ สำหรับสายเลือดตระกูลลู่ เจียงหลีเองก็แปลกใจเช่นกัน เพียงแต่ว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาซักถามกัน ต้องเร่งกำจัดปัญหาตรงหน้าเสียก่อน เจียงหลีเก็บความคิดฟุ้งซ่าน เจียงหลีตั้งสติพลางมองชายหนุ่มแปดคนที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่ จู่ๆ เสียงของลู่เสวียนได้ลอยผ่านเข้าหูนาง เสียงของลู่เสวียนไม่ดังมาก คนที่ได้ยินอย่างชันเจนก็มีเพียงเจียงหลีที่ยืนอยู่ข้างๆ
“หลียาโถ่ว พลังของข้าจะอยู่ได้ไม่นาน ถ้าเจ้ามีโอกาสก็รีบหนีไปก่อน แล้วหาคนมาช่วยข้า หากข้าตายไป เจ้าจงมีชีวิตอยู่เพื่อบอกพี่ใหญ่ให้ล้างแค้นแทนข้าด้วย” จากที่เจียงหลีฟังมา นางสัมผัสถึงความแน่วแน่ของเขา
“เจ้าต้องไม่ตาย” เจียงหลีทิ้งท้าย ทันใดนั้น สีทองประกายเจิดจ้าแผ่ออกมาจากตัวเจียงหลี เงาร่างมโหฬารของเลี่ยเทียนซื่อลอยออกมาจากตัวนางอีกครั้ง แม้ว่าพลังของลู่เสวียนจะอยู่ในขั้นหลิงเจี้ยงแล้ว แต่กลับขาดวิญญาณยุทธ์ที่สอง หากเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับหลิงเจี้ยงอย่างจริงจัง ยังคงต่างกันอยู่มาก ที่เด่นชัดที่สุดคือขาดทักษะการต่อสู้พรสวรรค์ไปอย่างหนึ่ง
“รนหาที่ตายเสียจริง!” นักฆ่าชุดดำแสยะยิ้ม ลู่เสวียนสีหน้าเกรี้ยวกราด
“ถึงข้าจะมีวิญญาณยุทธ์ต่อสู้เพียงดวงเดียว มีทักษะการต่อสู้พรสวรรค์แค่อันเดียว ข้าก็ฆ่าเจ้าได้เช่นกัน”
โฮกกก!