รอยยิ้มลู่เสวียนนิ่งค้าง ดวงตาฉายแววเย็นชา “ดูเหมือนว่า มีแต่ต้องถอนตัวจากการทดสอบเพียงหนทางเดียวแล้วล่ะ ก่อนหน้านี้พวกเขาประมาทไปหน่อย จึงต่อสู้กันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ด้วยพลังระดับเนตรญาณแล้ว การที่จะฆ่าพวกเรานั้น เป็นแค่เรื่องง่ายนิดเดียว มิหนำซ้ำการโจมตีของพวกเรา แม้จะเป็นทักษะการต่อสู้พรสวรรค์ที่ร้ายกาจเช่นไร ก็ยากที่จะสร้างความบาดแผลให้กับนักฆ่าหลิงเจี้ยงได้ ส่วนกรณีของเจ้า พวกมันหลงกลไปแล้วครั้งหนึ่ง จะไม่หลงกลเป็นครั้งที่สองอีก หากรอพวกมันไล่ตามทัน มันจะไม่ใช่สถานการณ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งล่ะซิ”
ตัวเขาเองก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งดีนี่เจียงหลีคิดในใจ
“หากเป็นเช่นนี้ พวกเราไปหาทางออกก่อน อีกอย่างเสียงดังเมื่อครู่นี่ ต้องถึงหูผู้คุมจากสถาบันไป๋หยวนแน่นอน ไม่แน่พวกข้าอาจโชคดี ยังไม่ถึงทางออกก็เจอกับคนของสถาบันไป๋หยวนเสียก่อน ภายใต้สายตาผู้คนมากมายอย่างนี้ พวกมันไม่กล้าลงมือหรอก” เจียงหลีพยักหน้า
“ไปกันเถอะ” ลู่เสวียนพยักหน้าแรง และเดินไปทางออกพร้อมเจียงหลี ทว่า พวกเขาก้าวไปเพียงไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงหัวเราะลอยมา
เสียงหัวเราะนั้นแฝงไปด้วยความเยาะเย้ยที่ไม่แยแสผู้ใด ราวกับว่าบนโลกใบนี้ไม่สามารถกักขังตัว และหัวใจของเขาไว้ได้