“หลียาโถ่ว เราควรล่าเหยื่อได้แล้ว”
ลู่เสวียนแสดงรอยยิ้มประทับใจผู้คน พร้อมกับสายตาที่ไม่อาจห้ามใจตัวเองได้
เจียงหลีกะพริบตา อยากมองดูเขาด้วยความสนใจ เตรียมที่จะหาวิธีจัดการสี่หางที่อยู่ข้างหลัง สัมผัสของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าลู่เสวียน ลู่เสวียนสัมผัสได้ว่าระยะทางของสี่คนด้านหลังไกลขึ้นแล้ว ทำไมนางถึงสัมผัสไม่ได้เล่า
“หลียาโถ่ว เจ้าเอาไปหนึ่งคน ข้าสู้กับสามคนเอง เป็นอย่างไร เช่นนี้นายน้อยก็ปกป้องเจ้าเพียงพอแล้วใช่หรือไม่” ลู่เสวียนแบ่งหน้าที่ด้วยรอยยิ้ม
สุดท้าย เขาก็ไม่ลืมถามคำถามหนึ่ง “ใช่แล้ว เจ้ากล้าฆ่าคนหรือไม่”
เออะ!
เจียงหลีขยับปากเบาๆ พยักหน้ากล่าว “ข้าพอทำได้”
ใครจะรู้ คำพูดถ่อมตนของนาง กลับทำให้ลู่เสวียนเข้าใจว่านางไม่เคยฆ่าใคร จึงให้คำแนะนำนาง “อย่ากลัวเลย ถ้าอยากแข็งแกร่ง นี่เป็นสิ่งที่ต้องผ่านพ้นไปให้ได้ ครั้งแรกอาจจะรู้สึกเกรงกลัว ถ้าชินแล้วก็จะดีขึ้น จำไว้ล่ะ หลียาโถ่ว เราจะไม่ไปฆ่าใครตามอำเภอใจ แต่ว่า ถ้ามีคนมาตามฆ่าถึงที่ พวกเราก็ไม่นับว่าเป็นคนเลว!”
“……” เจียงหลีมองดูเขาด้วยความรำคาญ
อย่างนางยังจำเป็นต้องให้เด็กเหลือขอมาออธิบายเรื่องแบบนี้อยู่หรือ
ตอนที่นางฆ่าคน เด็กเหลือขอนี่อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ!