เงาที่หายวับไปในทันใด ทำให้เท้าของเขาหยุดชะงักไป
แน่นอน ในช่วงเวลาหนึ่งนี้ เขากลับรู้สึกมีอาการแสบร้อนที่คอ การรับรู้ก็ลดลงไปอย่างรวดเร็ว
“นี่เจ้า…” เขาเบิกตาโต จ้องมองสิ่งที่ปรากฎต่อหน้าเขาอย่างไม่ละสายตา เห็นเจียงหลีที่ยืนถือกริชที่ส่องแสงดั่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทับทิมที่อยู่บนกริชมีแสงที่สดใสส่องประกายออกมา
เขาเห็นเลือดของตน ที่พุ่งกระฉูดจากคอ ถูกมีดสั้นนั้นดูดกลืน
เป็นไปได้อย่างไร! นางยังไม่ได้ปลดปล่อยพลังเนตรญาณด้วยซ้ำ! เขาร้องอย่างสิ้นหวังในใจ ร่างกายก็ล้มฟุบไปข้างหลัง กระแทกเข้าไปในกองใบไม้อย่างจัง
คนที่อยู่บนพื้นนั้น เจียงหลีมิได้แม้แต่มองเขาด้วยซ้ำ
นางเพียงมองแค่กริชซุ่ยซิงนั้นที่ลู่เจี้ยมอบให้กับนาง สายตาของนางกะพริบด้วยความสงสัย ทันใดนั้นนางมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง หากเศษดาราที่แตกละเอียดนี้ยังคอยดูดกลืนเลือดของมนุษย์ ต่อไปจะแปรเปลี่ยนไปเป็นเช่นไร
จะแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธที่ไร้เทียมทานหรือไม่
แต่ว่า สิ่งนี้ยังคงหาคำตอบไม่ได้ในตอนนี้ ดังนั้นเจียงหลีจึงไม่ได้คิดไปให้มากความ นางเก็บกริชมุ่งไปยังที่ๆ ลู่เสวียนอยู่
เจียงหลีเดินอย่างเชื่องช้า ไม่รีบร้อน ค่อยๆ เดินประหนึ่งกำลังชมสวน เหมือนกับว่าไม่ได้เป็นกังวลถึงความเป็นตายของลู่เสวียน
นางเดินไปครู่หนึ่ง ได้พบกับศพที่กองอยู่บนพื้น