ลู่เสวียนตกใจหันไปมองเจียงหลีที่อยู่ด้านหลัง ทำไมนางถึงเป็นคนที่ไม่มีคุณธรรมเช่นนี้!
แต่เจียงหลี กลับยกคิ้วขึ้น ยกคางเล็กๆ ที่แหลมคมขึ้น ราวกับกำลังใช้แววตาบอกเขาว่า ไม่ใช่ว่าเจ้าจะปกป้องข้าหรือ เหตุใดจึงลากข้าเข้าเอี่ยวไปด้วย
ท่าทางของลู่เสวียน เป็นเพราะเข้าใจ ‘สัญญาณ’ ของเจียงหลี เขาจึงบิดตัวม้วนเป็นเกลียว
ทันใดนั้น ท่าทางบิดเกลียวของเขากลับสู่สภาวะปกติ เขาโกรธเป็นอย่างมาก หันไปมองที่เจียงหลี และดึงนางมาหลบข้างหลัง
เขาตะโกนกล่าวต่อคนหนึ่งในสี่คนนั้น “จูเทียนโย่วเจ้าคิดว่าน้องชายของเจ้าถูกข้าตีจนด้วนไปแล้วยังไม่พอใช่หรือไม่ วันนี้จึงนำขาของเจ้ามาให้ข้าตีจนด้วนไปด้วย?”
“ลู่เสวียน!” จูเทียนโย่วถูกคำพูดที่เย่อหยิ่งของลู่เสวียนยั่วโมโหจนใบหน้าบูดเบี้ยวไปหมด เพื่อนสามคนที่เหลือก็กัดฟันด้วยความแค้น แล้วจ้องมองไปที่ลู่เสวียน
คิ้วของเจียงหลียกสูงขึ้น นางไม่ส่งเสียงใดพร้อมกับเดินถอยหลังไปอีกก้าว คิดไม่ถึงความสามารถในการยั่วยุของน้องชายลู่เจี้ยคนนี้ ถือว่าเชี่ยวชาญเลยก็ว่าได้! ช่างเป็นเด็กเหลือขอเสียจริง เจ้าเด็กดื้อ!
เอ๊ะ ราชินีบางองค์ลืมไปหรือเปล่าว่าตนก็เป็นพวกที่ชอบยั่วยุ!