จวนของอ๋องลู่ในซั่งตูแห่งนี้ ทราบว่าเป็นที่อยู่อาศัยของอ๋องต่างสกุลกับฮ่องเต้ แต่แท้ที่จริงแล้วมันคือจวนสำหรับตัวประกัน ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์โฮ่วจิ้นเกรงกลัวตระกูลลู่ แต่ก็ยังต้องการให้ท่านอ๋องลู่ไปปกป้องเป่ยฝาง ดินแดนทางเหนือของราชวงศ์โฮ่วจิ้น ดังนั้น จึงมีพระกรุณาต่อตระกูลลู่ ให้เหลือไว้เพียงพระชายาลู่และลู่เสวียน คอยเสวยสุขอยู่ที่ซั่งตู เพื่อปกป้องจากภัยสงครามทางตอนเหนือ นายท่านลู่ซึ่งเป็นพ่อของลู่เจี้ย ได้นำพลทหารและม้าไปป้องกันทางเหนือ
หากท่านอ๋องลู่เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ภรรยาคนเดียวของเขาและลูกชายคนเล็กที่มีความสามารถที่สุดจะต้องถูกสังเวย
สำหรับลู่เจี้ยหรือ
เป็นผีอายุสั้นตนหนึ่ง ไม่เพียงพอที่จะส่งผลต่อสถานการณ์ภาพรวมใดๆ
ในความทรงจำของเจียงหลี เนื่องด้วยเหตุผลของเจียงหลินเฟิง เรื่องเหล่านี้ที่เกี่ยวกับเรือนของตระกูลลู่ นางยังพอเข้าใจบ้าง ดังนั้น นางจึงไม่ได้ถามไถ่เรื่องราวของลู่อ๋องเพียงแค่ถามถึงลู่เสวียน
“ไม่ได้อยู่ในจวน คงจะไปในเที่ยวเล่นสนุกที่ไหนอีกแล้ว” ลู่เจี้ยพูดอย่างสบายๆ
“เขาไม่รู้ว่าวันนี้เจ้าจะกลับมาหรือ” เจียงหลีถามด้วยความประหลาดใจ
ลู่เจี้ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวเสวียนเป็นคนที่มีชีวิตชีวา และไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ที่บ้านได้ เมื่อออกไปคราใดก็เป็นหลายวัน อาจเป็นสิบวันหรือเป็นเดือน แต่เขาจะไม่พลาดงานสำคัญๆ เจ้าจะได้พบเจอกับเขาเองที่สถาบันไป๋หยวน”