ตอนที่ฝาโลงถูกเปิดออกมา ดวงตาของเจียงหลีก็ประกายแสงเจิดจ้า แม้กระทั่งดวงตาแก้วใสของลู่เจี้ยยังหรี่ลงเล็กน้อย ฉายแววครุ่นคิดลึกเข้าไปในดวงตา
เขาหันไปมองคนร่างเล็กที่อยู่ข้างกายอย่างไร้ร่องลอยก็มองเห็นสีหน้าคาดการณ์ของนาง
“โลงเปล่า..โลงเปล่าอย่างนั้นหรือ”
หม่าหยวนจย่าตกตะลึงมองโลงศพว่างเปล่าอย่างไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี
โลงศพเป็นโลงไม้เรียบๆ สิ่งที่อยู่ข้างในชัดเจนในพริบตา ถึงแม้ตระกูลเย่ว์จะจัดงานศพให้กู๋หล่านเย่ว์ แต่กลับเป็นเพียงการจัดพิธีศพแบบเรียบง่ายเท่านั้น แม้กระทั่งของติดตัวศพสักชิ้นยังไม่มี
“ปิดโลงศพแล้วซ่อมแซมสุสานให้ดี” เจียงหลีสั่งการหม่าหยวนจย่าอย่างใจเย็นจากนั้นจึงหันหลังเดินไปทางรถม้า
ยังไม่ตาย! กู๋หล่านเย่ว์ยังไม่ตาย!
เจียงหลียืนยันในจุดนี้ได้ แต่กลับยิ่งสงสัยในสถานะของกู๋หล่านเย่ว์ทั้งเรื่องที่นางยังไม่ตาย แล้วไปที่ไหนกันล่ะ ทำไมถึงทิ้งลูกสาวตัวเองให้โดดเดี่ยวเช่นนี้
…
เมื่อกลับถึงจวนตระกูลลู่ เจียงหลีไม่เอ่ยถึงเรื่องเกี่ยวกับกู๋หล่านเย่ว์อีก ลู่เจี้ยก็ไม่ถามมากเช่นกัน
ที่ไม่ถามก็เพราะเขารู้ว่าเจียงหลีเองก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน
ถ้าหากนางรู้แล้วล่ะก็ คงไม่คาดเดาแล้วไปขุดหลุมศพหรอก
กู๋หล่านเย่ว์อย่างนั้นหรือ
ดวงตาของลู่เจี้ยฉายแวววาววับ พึมพำในใจจะยิ้มแต่ก็ยิ้มไม่ออก กู๋หล่านเย่ว์เป็นผู้หญิงที่มีที่มาที่ไปลึกลับ มีความลับอะไรซ่อนอยู่ในตัวนางกันแน่