“หุบ…หุบปาก!” เมื่อเจียงอวี๋โวยวายจนทำให้สมาธิแตกกระเจิง นางจึงรีบเอ็ดตะโรแล้วจับมืออันสั่นเทาของบุตรสาวเอาไว้แน่น มองเจียงหลีด้วยแววตาดุดัน “เจียงหลี ถ้าหากเจ้าฆ่าพวกข้า เจ้าจะเป็นคนบาปฆ่าคนในตระกูล”
เจียงหลีส่ายหน้ายิ้มอ่อนชื่นชมสีหน้าตื่นกลัวของสองแม่ลูก
จะว่าไปความแค้นของสองแม่ลูกอยู่ที่เจ้าของร่างเดิม แต่ใครใช้ให้นางมาเป็นเจียงหลีคนนี้ล่ะ
“คนบาปอย่างนั้นหรือ นางเหอซื่อ เจ้ากล้าพูดต่อหน้าท่านแม่ของข้าหรือไม่ ว่าเจ้าทำอะไรไว้บ้าง” เจียงหลีชี้ไปป้ายชื่อบนหลุมศพแล้วหัวเราะขึ้นเบาๆ “หลังจากที่ท่านแม่ข้าจากโลกนี้ไป เจ้าสั่งสอนให้เจียงอวี๋มายั่วยวนเย่ว์หนานซี คิดจะทำการสับเปลี่ยนคู่สมรสของข้า ทั้งยังเจตนาใส่ร้ายความผิดหาว่าข้าเป็นขโมย เอาข้าไปขายเป็นทาสถูกทำร้ายทารุณนับร้อยครั้ง สิ่งที่เจ้าทำไปทั้งหมด มีตรงไหนหรือที่คู่ควรมีหน้าไปเจอบรรพบุรุษของตระกูลเจียง”
นางเหอซื่อถูกเจียงหลีต่อว่าเสียจนสีหน้าทนดูไม่ได้ วาจาเฉียบคมของเจียงหลีทำให้นางเถียงไม่ออก
สายตาเหยียดหยันของเจียงหลีมองไปที่ไหล่สั่นเทิ้มของเจียงอวี๋ “เจ้าต้องการให้ลูกของเจ้าไต่เต้าขึ้นสูง แม้จะทำสำเร็จแต่ก็ยังดันทุรังไม่ลืมเหยียบย่ำข้าจนจมดิน เจ้ายังเห็นว่าเป็นเข็มคอยทิ่มตำตาเจ้าอยู่แล้ว เป็นไปได้หรือที่ข้ายังต้องไว้หน้าเรียกเจ้าว่าอาสะใภ้อีก”
คำด่าอันเจ็บแสบของนางทำให้ลู่เจี้ยที่นั่งในรถม้าได้ยินสิ่งที่น่าสนใจนัก