จุดที่นิ้วมือของลู่เจี้ยลูบไล้ผ่านทำให้ร่างกายของเจียงหลีสั่นเทิ้มวาบไหว เรี่ยวแรงเหมือนโดนสูบหายไปหมด พาลทำให้นางได้แต่ขดตัวในอ้อมกอดของเขาอย่างสิ้นฤทธิ์ชั่วขณะนั้นเจียงหลีรู้สึกว่าถ้าลู่เจี้ยเอ่ยปากขอจูเสียจริงๆ มิใช่ว่านางจะให้ไม่ได้ให้ตายสิ ความหน้าตาดีของหมอนี่ช่างเป็นอาวุธทำลายล้างที่รุนแรงยิ่งนัก เจียงหลีบ่นอุบในใจรู้ทั้งรู้ถึงเสน่ห์ของเขา รู้ทั้งรู้ว่าเตรียมใจมาแล้วแต่ก็ยังตกหลุมจนได้ในขณะที่เจียงหลีกำลังคิดว่าลู่เจี้ยจะเอ่ยปากขอจูเสียจริงๆ ประโยคที่คาดไม่ถึงกลับทำให้นางได้สติจากความงดงาม“เป็นของที่สหายสนิทของหลีเอ๋อร์มอบให้ ข้าจะแย่งมาได้อย่างไร ข้าแค่อยากเตือนหลีเอ๋อร์เท่านั้นว่าสิ่งของที่ไม่ใช่ของโลกใบนี้ ตอนที่เจ้าไม่สามารถปกป้องมันได้ อย่าเอามาใช้สุ่มสี่สุ่มห้า ต้นไม้ใหญ่ที่สูงกว่าป่ามักจะถูกลมพัดล้มลงเสมอ จะทำให้หายนะมาสู่ตัวได้”เจียงหลีเบิกตาอ้าปากค้างมองเขา ผ่านไปครึ่งยามถึงได้พึมพำออกมา “ข้าใช้มันไปแล้ว ตอนนั้นเห็นว่าคนก็มีไม่น้อยเลย” ตอนนั้นถึงคราวเป็นคราวตาย นางจะไปทันคิดรอบคอบได้อย่างไรลู่เจี้ยกลับยิ้มน้อยๆ อย่างไม่สนใจนัก กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงปนความเอ็นดู “เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกมันคิดเสียว่าเป็นของที่ตระกูลลู่มอบให้เจ้าก็แล้วกัน”เจียงหลีเข้าใจขึ้นมา นี่หมายความว่าจะให้ตระกูลลู่รับเคราะห์แทนหรือนางกะพริบตาปริบๆ นึกตำหนิในใจ จู่ๆ ก็ดีกับข้าเช่นนี้ ต้องมีอะไรแอบแฝงแ