นางกะพริบตาปริบๆ นึกตำหนิในใจ จู่ๆ ก็ดีกับข้าเช่นนี้ ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่
แน่นอนว่านางไม่ได้ใสซื่อถามถึงเจตนาของลู่เจี้ยตรงๆ ถึงนางจะถามไปน้ำคำที่ออกจากปากของผู้ชายคนนี้ใช่ว่าจะเป็นความจริงเสียเมื่อไหร่
“เจ้าพูดขนาดนี้แล้ว ข้าก็ไม่เกรงใจล่ะนะ” เจียงหลีพูดจบก็ขยับยุกยิกหาตำแหน่งในอ้อมกอดของลู่เจี้ยที่สบายหน่อยแล้วหลับตาฟื้นฟูพลัง
การต่อสู้เมื่อครั้งก่อนนางสูญเสียไปไม่น้อย อย่ามองว่านางดูร่าเริงเลย ที่จริงแล้วนางเจ็บปวดทรมานไปทั่วทั้งกาย
ลู่เจี้ยหลุบตาต่ำมองใบหน้าขาวซีดของนางแล้วกระซิบเสียงทุ้ม “เหนื่อยแล้วนอนสักครู่เถิด ถ้าถึงแล้วข้าจะปลุกเจ้าเอง”
“อืม” เจียงหลีตอบเพียงคำเดียว จากนั้นจึงเข้าสู่ห้วงนิทรา
ลู่เจี้ยจดจ้องไปที่ใบหน้าหลับพริ้มของนางอย่างใจลอย
เงาของเจียงหลีสะท้อนอยู่ในดวงตาใสเป็นประกายดั่งแก้วของเขา โอบกอดร่างเล็กเข้าหาอย่างอ่อนโยน ใครจะคาดคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ บอบบางเช่นนี้เมื่อระบายโทสะออกมากลับใช้พลังทำลายล้างรุนแรงเยี่ยงนี้
ทันใดนั้นเขาอยากเห็นวิญญาณดวงนั้นที่สิงสถิตอยู่ในร่างนี้ยิ่งนัก
ในขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้นอยู่ จู่ๆ ดูเหมือนว่าเขามองเห็นใบหน้างดงามหยาดเยิ้มซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเล็กนวลใสนี่งามล่มเมืองชัดๆ
ตึกตัก!
หัวใจของลู่เจี้ยสั่นรัวดั่งกลอง