มองไปบนเวที การปรากฏตัวของไป๋หลี่เฟิ่ง ทำให้มู่หว่านโหรวยืนขึ้นอีกครั้ง เดินไปข้างหน้า สายตาจับจ้องไปยังชายที่เดินไปยังเวทีอย่างช้าๆ
สายตาที่เยือกเย็นของนางเป็นประกายระยิบระยับ เต็มไปด้วยความชื่นชม นางคือวิหคที่โบยบินอยู่บนสวรรค์ เป็นธรรมดาที่จะต้องคู่กับหงส์ที่แท้จริง นกยูงที่ป่วย ถึงแม้ว่าภายนอกจะงดงามเพียงใด ก็ไม่เหมาะสมที่จะอยู่เคียงข้างนาง
ไป๋หลี่เฟิ่ง พิสูจน์ให้ข้าเห็น ทำให้ผู้คนได้ประจักษ์ถึงความสามารถของเจ้า พิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าเจ้าคือผู้ที่เก่งกาจที่สุดในยุคโฮ่วจิ้น! มู่หว่านโหรวมองตามไป๋หลี่เฟิ่ง แอบพูดในใจ
“การประลองครั้งนี้ ไม่ต้องกังวลผลลัพธ์เลยสักนิด แค่สามกระบวนท่าง่ายๆ หลีเสวี่ยเฟิงก็ต้องแพ้ราบคาบ” หนานอู๋เฮิ่นยิ้มแล้วพูด
อู๋เชียนมองเขา “การประลองครั้งนี้ยังไม่เริ่ม ท่านอาจารย์หนานพูดเช่นนี้ จะไม่เป็นการทึกทักเอาเองไปหน่อยหรือ” พูดอยู่ เขาก็แอบๆ มองมู่หว่านโหรวผู้อรชรอ้อนแอ้น พูดเสริมอีกว่า “แน่นอน ข้ายอมรับว่าไป๋หลี่เฟิ่งเก่งกาจมาก แต่ว่าเพียงสามกระบวนท่า…” เขาพูดไม่จบ ยิ้มแล้วก็ส่ายหน้า
“พวกเราดูก็รู้ ถึงแม้ว่าหลีเสวี่ยเฟิงจะมีพรสวรรค์ที่ไม่เลว แต่น่าเสียดาย ใจของเขายอมแพ้แล้ว สามกระบวนท่าถือว่าไว้หน้าเขามากแล้ว” รอยยิ้มของหนานอู๋เฮิ่นไม่เปลี่ยนแปลง แววตาไม่ปิดบังความชื่นชมที่มีต่อไป๋หลี่เฟิ่งเลยแม้แต่น้อย
ผู้มีอิทธิพลที่อยู่บนเวทีพูดคุยกัน