เมืองซั่งตู ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าลูกสาวของเจียงหลินเฟิงมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม คิดๆ ดูแล้วหลังจากที่วงศ์ตระกูลประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถึงจะรู้ตัวได้ไม่นาน สามารถฝึกฝนมาได้ขั้นนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่านางไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์มาก แล้วยังมีเนตรญาณที่แข็งแกร่งอีก”อาศัยข้อมูลเพียงเท่านี้ หนานอู๋เฮิ่นก็สามารถคาดเดาเรื่องราวได้ ถ้าหากว่าเจียงหลีอยู่ที่นี่ ได้ยินคำพูดของเขาจะต้องคิดว่าคนคนนี้คิดอ่านมาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วแน่นอนขณะนี้มู่หว่านโหรวก็หันกลับมามอง สายตาที่เยือกเย็นก็มองไปที่ข้อมูลของเจียงหลี “ถึงแม้เป็นเช่นนี้ แต่เป็นบ่าวรับใช้ นั่นก็คือความด่างพร้อยของนางตั้งแต่เกิด ต่อให้ในภายภาคหน้านางจะประสบความสำเร็จ เรื่องนี้ก็จะเป็นจุดที่ศัตรูใช้โจมตีนางได้”หนานอู๋เฮิ่นกลับไม่สนใจ “ที่องค์หญิงเตือนก็ใช่ เพียงแต่ถ้าหากนางเข้ามาอยู่ในสถาบันไป๋หยวนของข้า ความเป็นบ่าวรับใช้ก็จะหายไป ยิ่งกว่านั้นผู้ที่แข็งแกร่งถึงจะได้รับความเคารพ ถ้าหากวันหนึ่งนางมีโอกาสท่องไปทั่วยุทธภพแล้วสยบผู้คนได้ จะมีใครกล้าพูดอันใดอีก”แววตามู่หว่านโหรวเปล่งประกายเล็กน้อย ถามว่า “ท่านหนานมีคนที่ถูกใจแล้วหรือ” เพียงแต่ว่าคนของตระกูลลู่ นางย่อมมีอคติ“ไป๋หลี่เฟิ่ง ข้าก็สนใจ” หนานอู๋เฮิ่นยิ้มแล้วพูดฟังเขาพูดถึงไป๋หลี่เฟิ่ง มู่ว่านโย๋วผู้ที่มีใบหน้าราวกับดอกบัว ยังคงไร้ความรู้สึก แต่ว่าริมฝีปากนางก็ขมุบขมิบอยู่บ้า