เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเขา หนานอู๋เฮิ่นมองตามด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก ถอนสายตาที่จ้องมองเจียงหลี แล้วก็มองไปในทิศทางเดียวกัน“ไป๋หลี่เฟิ่งแห่งเมืองจาวซี” เฮ่อเหลียนเฟิงแนะนำด้วยเสียงต่ำ”แววตาของอู๋เชียนสะท้อนให้เห็นถึงความประหลาดใจเล็กน้อย ลอบมองมู่หว่านโหรวที่จ้องมองไป๋หลี่เฟิ่งอยู่ ถามยืนยันด้วยเสียงต่ำ “เขาคือไป๋หลี่เฟิ่งคนนั้นหรือ”เฮ่อเหลียนเฟิงพยักหน้า “ใช่ เขาคือไป๋หลี่เฟิ่ง”เขาสองคนพูดอย่างคลุมเครือ แต่หนานอู๋เฮิ่นกลับไม่กังวลอันใด หลังจากที่ได้ยินชื่อของไป๋หลี่เฟิ่ง ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปข้างหน้ามองที่หนุ่มน้อยผู้โดดเดี่ยว พูดด้วยใบหน้ากึ่งยิ้ม “ไป๋หลี่เฟิ่งแห่งเมืองจาวซี อายุสิบเก้าปี เบิกเนตรญาณไปเจ็ดดวง ผู้ที่เก่งกาจที่สุดในยุคนี้ อายุน้อยแต่มีพลังมาก ว่ากันว่าดูแล้วเขาน่าจะเป็นหลิงซื่อระดับเก้า แต่กลับเป็นผู้ที่สามารถข้ามขั้นไปฆ่าคนที่เป็นหลิงเจี้ยงได้ มีชื่อเสียงขึ้นมาจากการต่อสู้ หนึ่งปีก่อน ครอบครัวเขาโดนดูถูก ไป๋หลีเฟิ่งพกแค่อาวุธชิ้นเดียวบุกเข้าไปในจวนของเจ้าเมือง ศึกครั้งนั้นทำให้ผู้คนแตกตื่น เจ้าเมืองแห่งเมืองจาวซีผู้เป็นหลิงเจี้ยงระดับสี่ แต่ทำได้เพียงมองไป๋หลีเฟิ่งเข่นฆ่าผู้คนมากมายในจวนของเขา และฆ่าลูกชายคนเดียวของเขาที่เป็นหลิงเจี้ยงระดับหนึ่ง สุดท้ายแล้วยังปล่อยให้ไป๋หลี่เฟิ่งหนีหายไปได้อย่างลอยนวล”ไม่ได้มีใครสังเกตเห็นว่าตอนที่หนานอู๋เฮิ่นเล่าเรื่องราวในอดีตข