ไม่ได้มีใครสังเกตเห็นว่าตอนที่หนานอู๋เฮิ่นเล่าเรื่องราวในอดีตของไป๋หลี่เฟิ่ง แววตาของมู่หว่านโหรวเป็นประกายระยิบระยับ
สีหน้าของเฮ่อเหลียนเฟิงและอู๋เชียนไม่ค่อยสู้ดีนัก ขุนนางในราชสำนักถูกฆ่า ว่ากันตามจริงแล้วไป๋หลี่เฟิ่งควรขอโทษด้วยการตายเสีย แต่เขากลับยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างหน้าตาเฉย ฝ่าบาทก็ไม่ได้เอาความอันใด
มีคนเคยพูดไว้ว่ามีผู้มีอิทธิพลออกหน้าปกป้องไป๋หลี่เฟิ่งต่อหน้าฝ่าบาท
แต่ทว่าผู้มีอิทธิพลท่านนี้คือใครกัน กลับเป็นปริศนามาตลอด
ตอนนี้สีหน้าท่าทางที่เจอกับมู่หว่านโหรว เฮ่อเหลียนเฟิงและคนอื่นๆ อดไม่ได้ที่จะคาดเดา หรือว่าคนที่ปกป้องไป๋หลี่เฟิ่งในตอนแรกจะเป็นองค์หญิงอันผิงงั้นหรือ หรือว่าจะเป็นอ๋องคัง
ทั้งสองคนสบตากัน และไม่พูดอะไร
สรุปแล้วไม่ว่าเรื่องของไป๋หลี่เฟิ่งจะเกี่ยวข้องกับองค์หญิงอันผิงหรืออ๋องคัง ล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาทั้งสองคนจะคาดเดาได้
หนานอู๋เฮิ่นไม่ได้เป็นกังวลเหมือนกับทั้งสองคนนั้น หลังจากที่มองไป๋หลี่เฟิ่งด้วยความชื่นชมเป็นอย่างมาก เขาก็หันไปมองมู่หว่านโหรวแล้วถามว่า “องค์หญิงรู้จักกับไป๋หลี่เฟิ่งหรือ”
อื้อหือ เป็นคำถามที่ช่างสอดรู้สอดเห็นอะไรเช่นนี้
เฮ่อเหลียนเฟิงและอู๋เชียนแอบฟัง รอคำตอบจากมู่หว่านโหรว
เดิมคิดว่ามู่หว่านโหรวจะเลี่ยงตอบคำถาม ด้วยตำแหน่งของนางแล้ว ไม่พูดก็ไม่มีใครกล้าว่าอันใด