พวกเขาเป็นผู้ช่วยของลู่จ้าน และยังช่วยเป็นผู้ฝึกซ้อมให้พวกผู้อารักขาประจำตระกูลอีก
คนเหล่านี้สวมเสื้อสีดำ ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะทองแดง ยืนตัวตรงเอามือไขว้หลัง มีสีหน้าเคร่งขรึม โดยที่ทุกคนได้ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมา เงาสัตว์เปรียบเสมือนภูตผี ส่งเสียงคำรามดังก้องสนามฝึกซ้อม
การโจมตีอย่างต่อเนื่องของวิญญาณยุทธ์ ไม่เพียงเป็นการกดดันที่ทรงพลัง แต่ยังรวมไปถึงการโจมตีของเนื้อกายอีกด้วย อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มที่ถูกล้อมไปด้วยพวกเขา ทำได้เพียงยอมรับการถูกกระทำ ไม่ได้รับการอนุญาตให้ขัดขืน
การโจมตีที่ไร้ความปราณีทำให้เสื้อผ้าขาดกระจาย เนื้อหนังฉีดขาด จนหลายคนถึงกับล้มลงกับพื้น แม้ว่าจะกระอัดเลือดออกมา ก็ต้องพยายามยืนหยัดต่อ
“เพิ่มแรงโจมตี” เสียงลู่เจี้ยที่เอ่ยขึ้นมาเหมือนปีศาจ ทำให้เด็กหนุ่มทั้งหลายถึงขั้นหมดความสิ้นหวังเลยทีเดียว
เจียงหลีเงยหน้ามองไปทางลู่เจี้ยที่ยืนอยู่นอกสนาม พยายามกัดฟันสู้ต่อ
นี่คือการฝึกที่เรียกว่า ‘ต้านแรงโจมตี’ ตามที่ลู่จ้านกล่าวเอาไว้ หากต้านแรงโจมตีของอีกฝ่ายได้ ก็จะสามารถช่วยชีวิตเอาไว้ จึงจะหาโอกาสโต้กลับได้ เช่นกัน ถ้าหากว่าทนความทรมานนี้ได้ จะได้ไม่กลัวการที่ทดสอบที่แสนหฤโหด และจะไม่ทรยศหักหลังตระกูลลู่
เจียงหลีสายตาหรี่ลงเล็กน้อย เก็บความคิดฟุ้งซ่าน เม้มปากแน่น ใช้แผ่นหลังรับแรงโจมตีที่เกิดขึ้น สำนวนที่ว่า ‘กระบี่ที่แหลมคมมาจากการฝนลับ’ ตอนนี้นางรู้ซึ้งแล้ว
…