ส่วนสถาบันไป๋หยวนจะพิเศษกว่าตรงที่ว่าไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของราชวงศ์โฮ่วจิ้น การดำรงอยู่ของสถาบันไป๋หยวนมีก่อนหน้าราชวงศ์ ไม่ว่าราชวงศ์จะผ่านไปกี่ยุคสมัยสำนักนี้ยังคงยืนหยัดบนแผ่นดินนี้ไม่เปลี่ยน แม้ว่าสถาบันไป๋หยวนไม่มีภูมิหลังเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ แต่ก็ยังคงมีสถานะเหนือกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการรับสมัคร ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ที่มาจากชนชั้นสูงหรือต่ำ เพียงมีพรสวรรค์ที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันไป๋หยวน ต่างก็สามารถมาร่ำเรียนได้
“ผู้เฒ่าอู๋ ท่านอาจารย์หนาน เฮ่อเหลียนเฟิงเชิญชวนท่านสองร่วมดื่มฉลองให้กับสำนักหลิงอู่และสถาบันไป๋หยวน หวังว่าในงานประลองชิงเจียว พวกท่านจะเลือกต้นกล้าที่ดีได้” เฮ่อเหลียนเฟิงยกจอกสุราที่วางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกล่าวกับแขกอันทรงเกียรติตรงหน้า
คนที่นั่งร่วมด้วยในวงรอบนอก นอกจากคนของจวนเจ้าเมืองเองแล้ว ยังมีคนของสำนักหลิงอู่กับสถาบันไป๋หยวนอีกด้วย แน่นอน เขาเป็นถึงเจ้ามืองของราชวงศ์โฮ่วจิ้น กล่าวต้อนรับเพียงผู้เฒ่าอู๋และท่านอาจารย์หนานที่รับผิดชอบคัดเลือกรอบนี้ก็พอ
แขกผู้มีเกียรติท่านอื่นต่างยกจอกเพื่อดื่มร่วมกับเฮ่อเหลียนเฟิง
ทว่าว่าทันใดนั้น มีเสียงดังเข้ามาว่า
“เรียนท่านเจ้าเมือง องค์หญิงอันผิงเสด็จขอรับ”
—–