ทันใดนั้นหมอเทวดารวบรวมความกล้ากล่าวขึ้นหนึ่งประโยค “นายน้อย ขออภัยหากข้าเสียมารยาท ดูจากอาการของนายน้อยตอนนี้ไม่ใกล้ชิดสตรีจะดีกว่า”
ขณะพูดอยู่ เขาเหลือบมองเจียงหลีและก้มศีรษะเช่นเดิม จากนั้นจึงกัดฟันพูดต่อ “ทางที่ดี ควรหลีกเลี่ยงการเสพสังวาส”
เพล้ง!
เจียงหลีรู้สึกว่าร่างกายตนเองมีรอยแตกเกิดขึ้น
พวกผู้อารักขาคนสนิทต่างหยุดนิ่ง มองผู้ที่อยู่หลังม่านหนาด้วยความจงรักภักดี
บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบสงบพิลึก
เจียงหลีกำหมัดแน่นพยายามข่มความรู้สึกโมโห นางไม่ตำหนิคำพูดของหมอเทวดา ดวงตาคมดั่งมีดมองไปที่ลู่เจี้ย
หากลู่เจี้ยมีความคิดเยี่ยงนี้จริง นางไม่มีทางช่วยให้เขาได้สืบสกุลแน่
นางคือราชินีผู้สง่างาม บัดนี้ตกมาเป็นนางทาสก็ช่างมัน แล้วยังต้องมาอุ่นเตียงกลายเป็นนางบำเรอของลู่เจี้ยอีกหรือ
“ไปให้พ้น!” ลู่เจี้ยตอบกลับ
กลับมีเพียงคำผรุสวาทน่าตกใจคำเดียวเท่านั้น
เมื่อพูดคำนี้ออกมาราวกับว่าภูเขาหิมะได้พังทลายลงมา ไอเยือกเย็นแผ่ขยายช้าๆ พวกอารักขาคนสนิทรวมทั้งหมอเทวดาในห้องต่างไม่กล้าขัดใจอีกและค่อยๆ พากันถอยกลับไป
พายในพริบตาเดียวทั้งห้องจึงเหลือแค่ลู่เจี้ยและเจียงหลี
ระหว่างคนสองคนยังถูกผ้าม่านหนาขวางกั้นเอาไว้
เจียงหลีสงบสติอารมณ์และสำรวจทั่วห้อง