“…” เอาเถิด เจียงหลีจะพูดอะไรได้อีก
“หลีเอ๋อร์…”
“หยุดๆๆ จู่ๆ ท่านเรียกข้าเช่นนี้ ข้ารู้สึกไม่ชิน” เจียงหลีขัดจังหวะการพูดของลู่เจี้ยอย่างรวดเร็ว
ลู่เจี้ยหัวเราะเบาๆ “ข้าเป็นนายและเจ้าเป็นทาส ถ้าเป็นความต้องการของข้า จะเปลี่ยนชื่อเจ้ายังสามารถทำได้เลย ในตอนนี้ แค่เรียกแบบนี้ เจ้าก็ไม่พอใจแล้วเหรอ”
“…” เจียงหลีพูดไม่ออก หลังจากนั้นไม่นานนางก็พึมพำ “ท่าทีของท่านที่มีต่อข้าเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน รู้สึกเหมือนจะมีแผนการบางอย่าง”
มุมปากของลู่เจี้ยยิ้มเล็กน้อย “หลีเอ๋อร์ ตระกูลลู่ของข้าปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไรบ้าง”
หืม?!
คำถามนี้ เจียงหลีครุ่นคิดอย่างรอบคอบ แม้ว่านางจะเป็นทาสของตระกูลลู่แต่ก็ไม่เคยต้องรับความไม่เป็นธรรม ตรงกันข้าม ตระกูลลู่กลับสนับสนุนนางแทน แน่นอนว่ามีองค์ประกอบของผลประโยชน์ระหว่างนางและลู่เจี้ย แต่เขาเต็มใจที่จะเอาวิญญาณยุทธ์อย่างเลี่ยเทียนซื่อออกมา มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้นางเป็นหนี้ตระกูลลู่แล้วครั้งหนึ่ง
“ในอนาคตถ้าเจ้าฝึกฝน ตระกูลลู่จะจัดหาทรัพยากรแก่เจ้าให้มากที่สุด และบ่มเพาะเจ้า”
“ท่านต้องการอะไร” เจียงหลีถามอย่างตื่นตัว