“ขาดความทะเยอทะยานเกินไปหรือเปล่า” เจียงหลีขมวกคิ้วไม่พอใจกับความ ‘มักน้อย’ ที่ตนมี
หลังจากเข้าในบ้านแล้วการตกแต่งภายในก็เรียบง่ายเช่นกัน เตียงไม้หนึ่งตัว โต๊ะสี่เหลี่ยมหนึ่งตัว ตะเกียงน้ำมันหนึ่งอันและมีเก้าอี้อีกสองตัว
เอ่อ มีอ่างอีกสองใบ และถังอุจจาระอีกหนึ่งใบ
นางมองออกไปนอกหน้าต่างบ้านหินที่สร้างติดกับภูเขา น่าจะเตรียมไว้สำหรับผู้อารักขาลับเช่นนาง
ตระกูลลู่มีผู้อารักขาลับกี่คนกันแน่ มีประกายแวววาวทั่วดวงตาของเจียงหลี เกรงว่าตัวเลขนี้คนที่รู้อาจมีไม่ถึงจำนวนนิ้วมือข้างเดียว
กองทัพของตระกูลลู่เป็นกองกำลังในด้านสว่าง ผู้คุมความมืดคือแกนกลางที่แท้จริงของตระกูลลู่อำนาจที่แท้จริงอยู่ตรงนี้
ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เจียงหลีปิดหน้าต่างเดินไปที่ประตูและถามว่า “ใคร”
“ข้าเอง” ด้านนอกประตูเป็นเสียงของเซียวเซียว
ดวงตาของเจียงหลีเป็นประกาย เขาเปิดประตูมือกอดอกและมองไปที่คนที่เพิ่งได้รับการฟื้นฟูที่อยู่ด้านนอกประตู “ข้าคิดว่าเจ้าจะล้มเลิกสะแล้ว”
คำล้อเล่นของนาง เซียวเซียวสามารถแยกแยะได้ทันทีเมื่อได้ยิน
ถ้านางกลัวว่าเขาจะล้มเลิกจริงๆ คงจะไม่หาวิธีที่จะพบกับเขาแน่